Artist Biography
 
 America

America Biography part 2

We used to laugh, We used to cry,
We used to bow our heads then wonder why
But now you're gone, I guess I'll carry on,
And make the best of what you left to me Left to me, left to me.
 

ในปี 1975 พวกเขาออก Album – Heart  โดยบทเพลงไพเราะอย่าง Sister golden hair ก็สามารถ
พาเขาติด
Chart อันดับสอง และหนึ่งตามลำดับ และในปีเดียวกันนี้ พวกเขาพักงาน Album เพื่อปล่อยงานรวมฮิตออกมาจำหน่าย ชื่อชุด History และ  America’s Greatest Hits นับเป็นครั้งแรกๆ ที่งานรวมฮิตสามารถประสบความสำเร็จได้มากถึงขนาดนี้ นั้นคือ History และ America’s Greatest Hits สามารถมียอดจำหน่ายได้มากกว่า 4 ล้านแผ่น (Four million copies)

ช่วง
ปี 1976 พวกเขาออก
ผลงานอัลบัม Hideaway และ 1977 อัลบัม Harbor  และพวกเขาเริ่มรู้สึกว่า กระแสความนิยม ของพวกเขาเริ่มจะตกลงเรื่อยๆ แต่ผลงานอย่าง Today’s the day สามารถขึ้น U.S. Pop charts ได้ถึงอันดับ 23  และแล้วก็ถึงคราวอาวสาน!?  ของการสร้างผลงานรวมกันในแบบฉบับ Trio เพราะว่าหลังจากออกผลงาน  Album - Harbor เรียบร้อยแล้ว หนึ่งในสมาชิก America
ได้ลาออก นั้นคือ
Dan Peek (ร้องนำในเพลง Only people, Don’t cross the river เป็นต้น)  
ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาต้องการอุทิศตัวเองให้กับศาสนา แต่ถึงแม้ว่าจะเหลือเพียง
Dewey Bunnell กับ Gerry Beckley แต่พวกเขาทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะทำงานเพลงต่อไป

ในปี 1979  
Dewey Bunnell, Gerry Beckley ได้ออกผลงานเพลงร่วมกันสองคนเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า Album - “Silent Letter”  และมันก็เป็นผลงานชุดสุดท้ายที่ George Martin เป็น Producer  ให้กับคณะ America, Album - “Silent Letter” ทั้ง Dewey Bunnell, Gerry Beckley  ได้มีส่วนรวมมากเป็นอย่างยิ่งกับผลงาน Album ชุดนี้ โดยมีเพลงทั้งหมด 11 เพลง ทั้ง Dewey Bunnell และ Gerry Beckley ได้มีส่วนร่วมในการเขียนเพลงทั้งหมดรวม 10 บทเพลง และทังหมดก็ล้วนเป็นบทเพลงที่ดี ในความรู้สึกของผู้เขียน ส่วนตัวผู้เขียนจะชื่นชอบบทเพลงอย่าง  All around,  All my life, Foolin’  , One morning และ Tall Treasure  เป็นต้น บทเพลง Tall Treasure มีเสน่ห์ และกลิ่นไอของความเป็นบทเพลง Pop rock อย่างชัดเจน แต่ขณะเดียวกัน บทเพลง All my life, และบทเพลงอย่าง Foolin’ อาจจะขายได้ดีกว่า หากมองในแง่ของการทำตลาด แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว บทเพลงแต่ละบทเพลงก็มีเสน่ห์ และมีความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป 
 
ในปี 1980 Dewey Bunnell และ Gerry Beckley ได้มี Producer คนใหม่เข้ามา 2 คน คือ Matthew McCauley & Fred Mollin  พวกเขาทั้งสองไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า เขาได้ออกผลงาน Album ใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “Alibi” งานเพลงชุดนี้มีจุดที่น่าสนใจคือ พวกเขาได้ศิลปินรับเชิญอย่าง Timothy B. Schmit (สมาชิกเก่าจากคณะ Poco และ The Eagles) และ J.D. Sounther (เพื่อนร่วมแก็งเดียวกับ Jackson Browne และ The Eagles)  มาร่วมร้องเพลงให้ด้วย ผลงานชุดนี้มีบทเพลงที่น่าสนใจคือ Survival, You could’ve been the one, Right back to me เป็นต้น  

และในช่วงปี 1981 พวกเขามีโอกาสได้บันทึกเสียง และออก 
Album Soundtrack ในชุดที่ชื่อว่า

“The last unicorn”


ต่อมาในปี 1982  America กลับมาติด Chart  อเมริกาอีกครั้ง ในผลงานเพลงโดดเด่นอย่าง You can do magic  ภายใต้ชื่ออัลบัม View from the ground งานชุดนี้ทั้ง Dewey Bunnell และ Gerry Beckley มีโอกาสได้แสดงศักยาภาพของตนเองออกมา โดยได้เป็น Producer ให้กับตัวเอง และยังได้ Russ Ballard และ Bobby Colomby มาเป็น Producer ร่วม นอกจากบทเพลงอย่างเช่น You can do magic แล้ว ก็ยังมีเพลงอย่าง Inspector mills, Right before your eyes, Jody ที่ทำให้ Album ชุดนี้ผ่านไปได้ดี

 


บทเพลง Right before your eyes นั้น เป็นอีกบทเพลงหนึ่งที่ผู้เขียนได้ฟังครั้งใด ก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย เป็นบทเพลงหนึ่งที่ได้เปรียบเปรย และพูดถึงรูปทรัพย์สมบัติกับความรัก และท่าที ของผู้ชายคนหนึ่งที่แอบตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าที่จะบอกความในใจออก ไป ผู้เขียนชอบวิธีการนำเสนอ และพยายามที่จะจินตนาการถึงเหตุการณ์ตามเนื้อเพลง แต่แม้เนื้อหาของบทเพลงจะฟังดูน่าขันไปบ้าง แต่ทำนองของดนตรีของบทเพลงนี้นะสิ? ผู้เขียนให้ 5 ดาว สำหรับภาคดนตรี ไม่มีความซับซ้อนอะไร แต่ความเรียบง่ายของการ ผสมผสานระหว่างเสียงร้องนำของ Gerry Beckley และเสียงประสานของ Dewey Bunnell ทั้งความสวยงามในท่อนขึ้นที่ใช้ Keyboard น
และตามด้วย Acoustic guitar บางๆ ก็ทำให้บทเพลงนี้เข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคนได้ไม่ยาก  
 
ในปี 1983 เขาทั้งสองผลิตงาน Album  “Your move”  ผลงานชุดนี้ มีบทเพลงที่น่าสนใจหลายๆ เพลงด้วยกัน  ส่วนตัวผู้เขียนชอบบทเพลง 
My kind woman, Honey, She’s a runaway
และ The Border (แต่เอาเข้าใจจริงๆ เวลาเปิดฟัง Album ชุดนี้ครั้งใด ก็ฟังเพลินทุกๆ เพลง) สำหรับงานชุดนี้ ทิศทาง กลิ่นไอ แห่งดนตรี ก็จะไม่มีความ
แตกต่างจากชุด “View from the ground”  นั่นคงเพราะว่า Producer ยังคงเป็น Russ Balland คนเดิม
ปี 1984 เขาทั้งสองออก Album “Perspective”  ผู้เขียนชื่นชอบบทเพลง Cinderella มากเป็นพิเศษ ด้วย Melody ที่สวยงาม เมื่อเวลาได้ฟังแล้วรู้สึกให้อารมณ์เหงามาก นัอาจจะเป็นเพราะ Melody ที่ล่องลอย เวลาฟังครั้งใด ก็นึกว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาจเหมือนจะดูว่า Over ไป แต่นี้ก็เป็นแค่เพียงความรู้สึกของผู้เขียน บทเพลงนี้ยังได้ Timothy B. Schmit มาช่วยร้องประสานให้อีกด้วย นอกจากบทเพลงที่สวยงามอย่าง Cinderella แล้ว  Album “Perspective” ก็ยังมีเพลงที่น่าสนใจอีกมากมายหลายเพลง เช่น Uncondition love, We got all tonight, 5th Avenue, Lady with a  blue bird, และ Can’t fall asleep to a Lullaby เป็นต้น    

หลังจากที่คณะ America ได้ออกผลงาน  Album – Perspective ได้สักพัก พวกเขาทั้งสองการก็หายเงียบไป มีแค่เพียงการนำผลงานเพลงเก่าๆ ที่เคยได้ทำ ออกมาจำหน่าย อย่างเช่นชุด America in concert และ Encore - more greatest hits แต่ก็ยังดีที่ผลงานอัลบัม “Encore - more greatest hits” ที่พวกเขาได้มีเพลงใหม่อย่าง On target, Nothing’s so far away (as yesterday), Hell’s on fire, The farm, Everyone I meet is from California บรรจุรวมอยู่ในงานชุดนี้ด้วย


โดยเพลงใหม่ที่เพิ่มมานั้น ผู้เขียนเองชอบเพลง
Nothing’s so far away (as yesterday), พอหลังจากที่งาน Encore - More greatest hits 
ได้ออกมาจำหน่ายแล้ว
เรียบร้อยแล้ว แฟนๆ เพลงคณะ America ต้องเฝ้ารออีกถึง 10 ปี กว่าที่คณะ America จะออกผลงานชิ้นใหม่ออกมา

ช่วงปี 1994  Dewey Bunnell และ Gerry Beckley  เขาทั้งสองในนามคณะ America ออกผลงานอัลบัม “Hourglass”  บทเพลงชุดนี้ก็ยังเป็นงานเพลงที่ฟังได้สบายๆ ยังคงมีบทเพลงที่หนักบ้าง เบาบ้างตามรูปแบบของคณะ America อย่างที่เราๆ คุ้นเคย และยังคงมีกลิ่นไอของวง America ในแบบฉบับเก่าอยู่บ้าง แต่ก็อาจจะแค่บางๆ  นอกจากงานเพลงใหม่ๆ ที่เขาทั้งสองได้ทำขึ้นมาแล้ว Album ชุดนี้ยังนำเอาบทเพลง
You can do magic และ Everyone I meet is from California, มา Arranged ใหม่ มีการเปลี่ยน แปลงไปบ้างจากของเดิม แต่ก็เพียงน้อยนิด
แค่นั้น ผู้เขียนชอบ
บทเพลงหลายๆ บทเพลงใน Album นี้ ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง สักสองเพลงคือ  Garden of peace  กับ  Mirror  Mirror เป็นต้น
 

ช่วง Album “Hourglass”  นี้ คณะ America ได้เข้ามาเปิด Concert ใน Bangkok บ้านเราด้วย
(เป็นครั้งที่ 2) โดยใช้ชื่อว่า
America live in Bangkok ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2537  
เวลาที่เหลือตอนนี้ ผู้เขียนก็หวังว่า เราน่าจะมี โอกาสได้ดู
America live in Bangkok
อีกสักครั้ง แต่ความหวังนี้ก็เลือนลางเต็มที  


ในปี 1998  Album “Human Nature”  ถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่พวกเขาได้ทำไว้

สำหรับผู้เขียนเอง ในทุกๆ ครั้ง ที่ได้หยิบงาน  
Album ของคณะ America ขึ้นมาฟังทีไร ก็จะรู้สึกกลับไปนึกถึงเรื่องราว และบทเพลงต่างๆ ที่มีคุณค่าในอดีต ที่คณะ America ได้เคยสร้างสรรค์ไว้ให้กับวงการเพลง แม้บางคนจะรู้สึกยึดติดกับแนว คณะ America ในแบบฉบับ Trio (สามชิ้น) และไม่ประทับใจกับผลงานตอนที่เหลือแค่เพียงสองคน นั้นก็แล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคน สำหรับผู้เขียนเอง ทุกๆ ผลงานเพลงของคณะ America เป็นเสมือนสิ่งที่มีค่าทางจิตใจ และมันก็ยังจะยังคงคุณค่าในแบบนี้ ต่อไป และตลอดไปนานเท่านาน  

 

 

 


ปัจจุบัน และอนาคต ผู้เขียนไม่คิดและหวังว่าจะมีวง Trio ในแบบฉบับเช่นเดียวกับคณะ "America" เกิดขึ้นมาอีก เพระสิ่งที่คณะ America ได้ทำนั้น มันเกินมาตรฐานของงานเพลงทั่วๆ ไป ดังนั้น ผลงานเพลงของพวกเขาทั้งสามที่เคยได้ทำไว้ในอดีต มันได้วิ่งไปไกลเกินกว่าที่ใครๆ
ในรุ่นหลังๆ
จะไล่ได้ทัน

The End.


by Mr. Jim
since 2006

back to Artist Biography