|
Acoustic Guitar - Cole Clark
ความโดดเด่นที่สุดของ
"Cole
Clark" ก็คือ ระบบและการติดตั้งปรีแอมป์
ด้วยระบบ "sensor on the face"
คือการติดตัวจับสัญญาณไว้ใต้ Soundboard ของกีต้าร์
และนี่... คือการปฎิวัติระบบปรีแอมป์ เพื่อความแตกต่าง

specifications:
Acoustic Electric Guitar
Cole Clark : FL2AC
All solid timber dreadnought with
internally carved top and back
Natural satin finish
Neck- Qld Maple
Top- Solid Bunya or “AA” grade
Qld Maple back and sides
Preamp: sensor on the face
Inlaid timber face edge and rosette, all timber binding
Solid rosewood bridge and fingerboard (block inlays)
Grover Machine Heads
ย้อนกลับไปกว่า 10 ปีก่อนหน้านี้
Mr. Brad Clark ผู้มีส่วนร่วมในการสร้าง
และพัฒนากีต้าร์ Maton
ในตำแหน่ง Factory Manager และ
CEO
โดยเขาเป็นผู้พัฒนาระบบไฟฟ้า ให้กับอะคูสติก
Maton กว่า 10 ปี
ถึงวันนี้...กับกีต้าร์โปร่ง
"Cole Clark"
ซึ่งเขาได้สร้างกีต้าร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทั้งลักษณะเสียง รูปแบบ ประเภทไม้ที่ใช้ประกอบ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ส่วนของภาคไฟฟ้า/ปรีแอมป์ที่เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพสูง
จากรูปแบบเดิมๆ ที่ pickup จะรองอยู่ใต้ saddle
เพียงเท่านั้น
Mr. Clark ได้ใช้วิธีการติด Sensor ในตำแหน่ง soundboard เพื่อจับสัญญาณได้กว้างขึ้น (sensor on
the face)
สิ่งนี้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เล่นที่ชอบเล่นสไตล์
Hand percussion
(การใช้มือเคาะหรือตบบน top กีต้าร์ เพื่อสร้างจังหวะ
และมิติ)
ในแบบเดียวกับที่ Tommy Emmanuel
เล่น

ไม้หน้า(Top) & Body Sharp:
เลือกใช้ "Solid Bunya"
ไม้ชนิดนี้เป็นไม้ที่ปลูกและโตใน Australia
ความโดดเด่นของเสียงอยู่ที่ความคมชัด เนื้อเสียงหนา
ทรง dreadnoughts
แต่ขนาดของตัวกีต้าร์จะมีความใหญ่กว่า dreadnoughts guitar
ทั่วไปเล็กน้อย
ผู้เล่นรูปร่างเล็ก
อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักระยะ
เอกลักษณ์อีกอย่างของ Soundboard(Top)
คือส่วนของ Bracing
ที่ Cole Clark ไม่ได้วางแบบ X-Bracing
เหมือนที่อะคูสติกกีต้าร์ทั่วๆไปนิยมทำ
แต่เขาใช้วิธีการขูด(อาจเรียกว่าเชาะก็ได้)
เข้าไปในเนื้อไม้ให้เป็นร่องๆ
เพื่อให้กำเนิดคลื่นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ดังนั้นเสียงที่เราได้ยิน จึงมีความแตกต่าง
เป็นความเฉพาะตัวในแบบ Cole Clark
ซึ่งถือว่า เป็นการปฎิวัติ Bracing แบบเดิมๆ!

Back/Side wood, Action & Finish:
ไม้หลัง และไม้ข้าง ใช้ไม้
solid "Maple"
โทนเสียงของไม้ Maple
คือให้เสียงสูง คม และไว แต่เบสไม่มาก
ระยะความสูงของสายกับเฟรตหรือ
"Action" ทำมาสูงสักนิดสำหรับมือคนไทย
แต่สามารถปรับสูงต่ำได้ตามความพอใจของผู้เล่น
ซึ่งการปรับสูงต่ำนั้น ย่อมมีผลต่อเสียง
แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล
Cole Clark ได้จัดระดับ หรือระยะของ Action ไว้ประมาณ
2.5mm (Bass-Fret12) และ 2.00mm (treble )
ส่วนสเปคของสายใช้คือ Elixir Acoustic Nanoweb Light (.012
- .053)
ในส่วนของ Finish
บางท่านอาจจะกังวนกับการ Finish
ที่บางมากๆ
อาจจะเป็นความจริงที่จะต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
แต่การเลือกทำ Light Finish
ก็เพื่อต้องการให้ไม้ทั้งตัวได้มีการกระพือได้อย่างอิสระ
ช่วยให้การสั่นสะเทือนของไม้มีมากขึ้น

Headstock/Fingerboard:
Headstock ดูสวยงาม
และมีเอกลักษณ์โดดเด่นมากทีเดียว
Logo... นำลายมือที่เป็นลายเซ็นของ Mr. Clark มาใช้
ดูเรียบง่าย
ในส่วน Fingerboard ใช้ไม้ Solid Rosewood
เพื่อความแข็งแรงในการทนต่อแรงกด

Neck & Headstock
ใช้วิธีการทำร่องแล้วเสียบระหว่าง
Headstock กับ Neck เพื่อสร้างข้อต่อเข้าหากัน (Joinery)
ดังนั้นคงไม่ต้องกังวนเรื่องว่าจะแข็งแรงหรือไม่
ส่วนของความกว้างขอ Neck มีขนาดไม่เล็ก
และไม่กว้างมากไป
แต่ความหนาพอสมควร

การปฎิวัติ
Pickup!
ปุ่มปรับในตำแหน่ง Preamp แบบ Slide
= Volume control/
High/ Mid/ Low/ และ Blend +ใช้ถ่าน 9 V
ภาคไฟฟ้า (Electronic) Preamp/ sensor on the Face
ด้วย Mr. Clark มีความชำนาญเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นอย่างดี
เป็นผู้พัฒนาบุกเบิกให้กับ Maton guitar
เขาจึงได้ทำการพัฒนา Preamp ที่สามารถตอบสนอง
และสร้างความแตกต่างให้กับผู้เล่น
ด้วยระบบ "sensor on the face"
คือการติดตัวจับสัญญาณไว้ใต้ Soundboard (top guitar)
ของกีต้าร์
ทำให้ได้ซาวด์ที่แตกต่าง
และเพื่อเพิ่มการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานโดยเฉพาะผู้ที่ชอบเล่นในสไตล์
Hand percussion
หรือการตบและเคาะลงบน Soundboard ของกีต้าร์ด้วยมือขวา
ซึ่งเป็นสไตล์เดียวกันกับที่ Tommy Emmanuel เล่น
โดยทั่วไปภาคไฟฟ้าของ Acoustic Guitar จะทำการวาง
piezo (pickup)
ไว้เฉพาะใต้ Saddle เพื่อเป็นตัวรับ/ถ่ายทอดสัญญาณออกมา
แต่ Cole Clark ได้เสริมจุดรับสัญญาณรวม 9 จุด คือตำแหน่ง
saddle 6 จุด
และเพิ่มอีก 3 จุดในตำแหน่ง soundboard เรียกว่า 'Face
Brace Sensor'
จุดเด่นของ pickup ชนิดนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ
การลดปัญหาเรื่อง feedback หรือเสียงฮัม(Hum)
โดยเฉพาะอย่ายิ่งในระยะที่ต้องนั่งเล่นใกล้กับ Monitor

เมื่อเล่นผ่านปรีแอมป์
จะได้ซาวด์ที่กว้างมาก
และยังสามารถปรับได้หลายมิติ
ทำให้ได้ซาวด์ที่หลากหลาย คือ
- เลือกปรับเพื่อให้รับสัญญาณจากใต้ saddle เพียงเท่านั้น
- เลือกปรับเพื่อให้รับสัญญาณเฉพาะส่วน soundboard
เท่านั้น
- และยังสามารถปรับให้รับสัญญาณทั้งจากใต้ saddle และ
soundboard ไปพร้อมๆ กัน
ด้วยการ blend
เสียงทั้งหมดเข้าด้วยกันผ่านตัวปรับแบบสไลด์ที่ตำแหน่ง
Preamp
ดังนั้น Cole Clark FL2AC จึงมีความคล่องตัวสูงในการใช้ภาคไฟฟ้า
และยังปรับแต่งลักษณะของเสียงได้หลากหลายแบบ

"Sound & Overall"
เมื่อทดลองเล่นแบบ Strum-Chord
เบสไม่มาก ความนุ่มนวลของเสียงน้อย
แต่ความคม ใส กังวาน(bright)
เป็นความโดดเด่นที่ชัดเจน
เมื่อเล่นมือขวาด้วยน้ำหนักที่แรง
เสียงที่ได้มีความกระชับไม่แกว่ง
เมื่อทดลองเล่นแบบ Finger-Picking
ส่วนของ Sustain หรือหางเสียง มีความยาวต่อเนื่องดีมาก
เบสไม่ลึก เสียงโดยรวมใสกังวาน
การตอบสนองของเสียงไวมาก
ย่านเสียงสูงดีมาก
เมื่อทดสอบด้วยการเล่น Harmonics
ผลคือ
มีความหนา และชัดเจนมาก
หางเสียงยาวมาก
เมื่อทดลองเล่นผ่านภาคไฟฟ้า(Electronic)
Preamp ประกอบด้วย Volume control/ High/ Mid/ Low/
และ Blend
ซึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ "sensor on the face"
คือการจัดการกับปัญหา feedback ซึ่งทำได้อย่างยอดเยี่ยม
และไม่ว่าจะปรับเลือกสัญญาณจากตำแหน่งใต้ Saddle หรือจาก
Soundboard ล้วนมีความสมบูรณ์แบบในทุกๆ ภาคเสียง
และทำให้การปรับเล่นผ่านปรีแอมป์มีคุณภาพ มีมิติ
และมีสีสันมากขึ้น
คราวนี้
เราลองทดสอบใช้มือขวาเคาะลงบนซาวด์บอร์ด หรือส่วน
TOP ของกีต้าร์
ผลคือ "Cole Clark" FL2AC
สามารถตอบสนองการเคาะของมือขวาได้อย่างไวมากๆ
ทุกๆ จุดทั่วไม้แผ่นหน้า สามารถรองรับการเล่นแบบ Hand percussion
ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ !
 |
 |
|
Jack
Johnson
นักร้อง นักแต่งเพลง
ประสบความสำเร็จในผลงานอัลบั้มดังไปทั่วโลก |
Adam
Rafferty
มือ Finger style
ที่มีฝีมือดีอีกคนในวงการ Finger style |
| |
|
Cole Clark: FL2AC จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่คุณต้องทดสอบด้วยตัวคุณเอง! |
| |
ชมและทดสอบคุณภาพสินค้าได้ที่ร้าน
"INTER MUSIC THAILAND"
Tel: 02-2210110-1, 02-2211577 เวิ้งนครเกษม |
|