Acoustic108
 คุยเฟื่องเรื่องอะคูสติก พบกับประวัติกีต้าร์แต่ละยี่ห้อ, เรื่องที่ต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับกีต้าร์ และส่วนประกอบกีต้าร์, เรื่องของ Ukulele,
 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์อัดเสียง, Computer Music และ Studio

Control Room: แนวคิดในการออกแบบห้องทำงานด้านเสียง

 

การออกแบบห้องบันทึกเสียง ห้องทำงานด้านเสียง หรือที่เรียกกันว่า "Control Room" เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เพราะหลายครั้ง
ที่ลักษณะเสียงออกมาผิดเพี้ยนจากต้นฉบับไปมาก เมื่อเราทำงานจากห้องนึง แล้วไปเปิดอีกห้องนึง ดังนั้น ความเข้าใจเรื่องทิศทางของเสียง การสะท้อนของเสียง ชนิดของวัสดุที่นำมาใช้ มีความจำเป็นอย่างมากที่เราต้องทำความเข้าใจกันอย่างยิ่ง

การออกแบบห้องที่ดีนั้น มีพื้นฐานอยู่ที่ห้องต้องมีค่าความก้องของเสียง(decay time) น้อยกว่า 1 วินาที และไม่ก่อให้เกิดอาการ Resonance โดยความก้องที่ย่านความถี่ ไม่ควรจะเกิน 7 KHz หรือมากจนสังเกตได้ด้วยการฟังเสียงพูดคุยปกติ หรือการเปิดเพลงฟัง

ขนาดของห้อง
ห้องที่ดีควรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะจะให้สมดุลของความถี่เสียงที่ดี โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำจะอิ่มเอม และลงได้ลึกกว่าห้องลักษณะอื่นๆ

ห้องที่ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามักเจอปัญหาเรื่องความถี่ต่ำที่บวม และลงได้ไม่ลึก และย่านกลางจะโด่งเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงควรทำห้องให้เป็น
สี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งแต่การออกแบบจะดีกว่ามาแก้ที่ปลายเหตุด้วยการใช้ EQ มาแก้ หรือการใช้พื้นผิวของห้องมาแก้นะครับ

ความสูงของห้อง
การออกแบบเพดานที่ดี ก็ไม่ควรมองข้ามไป เพราะจะทำให้ผู้ฟังได้รับฟังเสียงที่แท้จริงจากมอนิเตอร์นั้น ๆ ให้มากที่สุด โดยความสูงของห้อง ควรต้องเผื่อความสูงไว้ด้วย เพราะต้องมีการทำเพดานชั้นที่ 2 ขึ้นมาเพื่อเน้นความลาดเอียงให้ถูกต้องตามหลักการสะท้อน และการบีบอัด เพราะจะทำให้เสียงที่ออกมาจากมอนิเตอร์ พุ่งตรงมายังผู้ฟังให้มากที่สุด
 


เพดาน
แบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่


1. เพดานเอียง Dual Slope คือเพดานที่มีความเอียงอยู่ด้วยกัน 2 ช่วง คือ ช่วงแรก จะเอียงกดลงมายังจุดที่วางลำโพง จุดที่ 2 จะเอียงหงายขึ้นออกจากจุดที่วาง Mixer การเอียงช่วงแรก เพื่อเพิ่มความเข้มของเสียงบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้เสียงมีมวลเพิ่มขึ้น
และเดินทางออกมาได้รวดเร็ว และความถี่ทุกย่านจะวิ่งออกมาได้ดีขึ้น เพราะเมื่อเสียงดังออกมาจากลำโพง ก็จะวิ่งกระทบเพดานที่เอียงลงมา และพุ่งสู่ผู้ฟังได้เร็ว ทำให้เสียงมีทิศทางที่ชัดเจน ไม่วิ่งสะเปะสะปะ

ส่วนการเอียงชั้นที่ 2 นั้น เพื่อช่วยให้เสียงที่สะท้อนเมื่อผ่านผู้ฟัง จะสะท้อนออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อลดอาการเรโซแนนซ์ด้วย
การเอียงตรงจุดนี้ อย่าทำมุมเอียงเกินจุดที่นั่งฟัง เพราะจะทำให้จุดนั่งฟังที่ดี หรือ Sweet Spot หายไปด้วย

ก่อนที่จะหาจุดทำมุมเอียง ควรหาตำแหน่งที่วางมิกเซอร์ที่แน่นอนซะก่อน ไม่งั้นหากทำมุมไม่ดี ก็จะทำให้ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยนะ

2. เพดานขั้นบันได แบบนี้จะยาก และแพงกว่าแบบแรก เพราะเป็นการทำเพดานเอียงซ้อนกัน 2 ครั้ง และมุมในการเอียงเท่ากัน การทำเพดานแบบนี้ เพื่อลดการขนานกันกับพื้นห้อง โดยในส่วนที่วางลำโพง จะทำมุมเอียงขึ้นไป การทำมุมเอียงแบบนี้เพื่อรีดความเข้มของเสียงที่ออกมาจากลำโพงได้รวดเร็วและมีเพดานซ้อนขึ้นมาอีกชั้นนึง บริเวณกึ่งกลางของมิกเซอร์เลย

เมื่อทำเพดานซ้อนเพดานแบบนี้ จะมีช่องว่างระหว่างเพดาน โดยเราต้องใส่แผ่นใยแก้วหรือแผ่นใยหินเพื่อลดเสียงสะท้อนและซับเสียงในจุดนี้

เสียงที่ได้จากเพดานแบบนี้ จะโปร่ง และกว้างกว่าแบบแรก จะทำเพดานแบบใดก็พิจารณาให้เหมาะสมกับความสูงของห้องเราเป็นหลักละกัน ถ้าห้องไม่ใหญ่นัก ก็ใช้เพดานแบบแรก ถ้าห้องค่อนข้างใหญ่ ก็ใช้แบบที่สองดีกว่า

ค่าความก้อง
เมื่อออกแบบห้องเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเริ่มบุวัสดุซับเสียง เราต้องวัดค่าความก้องของห้องซะก่อน ไม่ใช่ใส่วัสดุซับเสียงลงไปเลย
เพราะจะเป็นผลเสียอย่างแรงต่อความถี่ย่านต่าง ๆ ที่ขาดหายไป

ค่าความก้องของห้อง มีข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือ ทำให้ความถี่ย่านกลางขึ้นไปถึงสูงมีการกระจายเคลื่อนไหวที่ดี มีผลให้เครื่องดนตรีอคูสติกทั้งหลาย แล้วสดใส กระฉับกระเฉง และอิ่มเอมดี ข้อเสียถ้ามีความก้องมากเกินไป จะทำให้ต้นเสียง ไม่เป็นตัวเป็นตน เหมือนเราใส่ REVERB มากไปในเพลงนั่นเอง

การวัดค่าความก้องของเสียง ทำได้โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Reverb Time เช่นพวก Spectrum Ananlyzer โดยค่าความก้องที่ดี
ไม่ควรเกิน 0.8 วินาที และไม่ต่ำกว่า 0.2 วินาที

 
การดูด หรือ ซับเสียง
การวางวัสดุซับเสียงถือเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว เพราะถือเป็นขั้นตอนของการปรับแต่งเสียง แนวคิดกว้าง ๆ ในการวางวัสดุซับเสียง
ก็คือควรติดวัสดุซับเสียงด้านหลังลำโพงจะดีที่สุด เพราะจะลดการสะท้อนแรกเริ่ม(Early Reflex) เป็นผลให้เสียงที่ออกจากลำโพงมีความคม
ชัดมากขึ้น ส่วนด้านหลังผู้ฟัง ไม่ควรติดวัสดุซับเสียง เพราะจะทำให้การสะท้อนเสียงในห้องมีอัตราความดังเพิ่มมากขึ้น มีมิติมากขึ้น
และทำให้การผสมผสานความถี่ย่านต่าง ๆ มีความสดขึ้นด้วย

แนวคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ คงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคน ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่กำลังจะออกแบบสร้างห้องทำงานด้านเพลงนะครับ


โดย: ยรรยง กนกโชติ (BlueMoon)

 

| Acoustic108 | Take me Home |

 




Acousticthai Copyright 2006 - 2010 All rights reserved
สงวนสิทธิ์เนื้อหาบนเวบไซด์ กรุณาแจ้งกับทีมงานอะคูสติกไทยก่อนนำไปเผยแพร่
สนใจลงโฆษณาสินค้า และบริการ
โทร. 083-189-6789
http://www.acousticthai.com & http://www.acousticthai.net