Artist Biography
 
 
 David Gates
(vocalist of bread)

 Take me now, take my love make come true the feelings I’ve been dreaming of
 Take me now, take me fast… you can trust in me Our love will ever last.

สำหรับผลงาน  Album ของศิลปินที่สุดจะอัจฉริยะ และสุดที่จะ Romantic คนนี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ฟังผลงานของเขา (ช่วงที่ทำงานเดี่ยว) ผ่านบทเพลง Take me now เป็นบทเพลงแรก และบทเพลง Goodbye Girl เป็นลำดับถัดมา หลังจากนั้น ก็พยายามหาซื้อแผ่นแบบเต็ม Album มาฟัง แต่ก็เต็มไปด้วยความลำบาก นานทีเดียวกว่าจะหาซื้อได้ บางแผ่นต้องสั่ง Import จากต่างประเทศ และบางแผ่นก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว (นั้นคงเพราะเหตุผลทางธุรกิจ)

David Gates เกิดเมื่อ December 11, 1940 ที่ซึ่งเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ณ Tulsa, Oklahoma เขาเรียนจบ High school ตอนปี 1957 ซึ่งในขณะนั้น เขาก็ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับดนตรี เหมือนว่าดนตรีได้เป็นดังเงาที่ติดตามตัวเขาตลอดเวลา ช่วงนั้น David Gates สามารถที่จะเล่นเครื่องดนตรีได้หลายๆ อย่าง เช่น  Acoustic/Electric Guitar, Bass, และ Piano "อย่างเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ" ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะตัวเขาได้รับสายเลือดนักดนตรี มาจากผู้เป็นพ่อ และต่อมาไม่นานครอบครัวเขาก็ได้ย้ายมาอยู่ที่ Los Angles ในช่วงต้นปี 1960

David Gates
เป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ในเรื่องดนตรีมาก เหมือนกับว่าเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เพียงสิ่งเดียว! โดยเฉพาะ. David Gates มีโอกาสได้ทำงานเพลงอย่างที่เขาต้องการ เขามีโอกาสได้แต่งเพลง และยังได้เป็น Producer ให้กับคณะ The Mermaids และอีกหลายๆ วง ที่ดังๆ ในช่วงปี 1963  ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ความฝันของเขาเป็นจริงด้วยเวลาอันรวดเร็ว นั้นไม่ใช่เพราะ "โชคช่วย" แต่เป็นเพราะฝีมือล้วนๆ นอกจากนั้นเขายังมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับศิลปินดังๆ เช่น Elvis Presley, Bobby Darin และช่วงปี 1965 เขายังได้เป็น Producer ให้กับ Glenn Yarbrough ซึ่งมีบทเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างบทเพลง Baby the rain must fall
ชีวิตเขาก็น่าจะมีความสุขกับการทำงานที่เขารัก ซึ่งงานที่เขาทำก็ประสบกับความสำเร็จดี แต่ David Gates ก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงานเบื้องหลัง ต่อมาไม่นานนัก David Gates มีโอกาสได้รู้จักกับ James Griffin ผู้ซึ่งมีอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอ หรือแม้แต่ลักษณะของครอบครัว ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาทั้งสอง สามารถเข้ากันได้ดี และเริ่มก่อความฝันขึ้นพร้อมๆ กัน โดยเป็นที่มาของการก่อตั้งคณะ "Bread"
ร่วมกัน
(ผู้เขียนขอข้ามชีวะประวัติของคณะ Bread ณ ที่นี้ แต่จะขอเล่าให้ฟังในโอกาสข้างหน้าต่อไป... โปรดติดตามครับ)
 
David Gates ประสบความสำเร็จอย่างสูงถึงสูงสุด ในช่วงของการทำงานเพลงในนาม "Bread" ตัวเขาเป็นผู้ก่อตั้ง และเขายังเป็นแกนนำสำคัญในการกำหนดทิศทางให้กับ "Bread" และในทุกๆ บทเพลงที่ David Gates ได้เขียนขึ้นมานั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะด้วยความหมายของเนื้อหา ไม่ว่าด้วยถ้อยคำแห่งภาษาที่ใช้ หรือไม่ว่าจะด้วยท่วงทำนองของบทเพลงของเขา ก็ล้วนแล้วแต่มีความไพเราะ มีความละเมียดละไมอย่างแท้จริง ความอัจฉริยะของเขา ทำให้ผู้คนที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับผลงานทเพลงของเขา เกิดความรักในตัวเขา และรักในบทเพลงองเขาได้อย่างไม่ยากเย็น
(ผู้เขียนเชื่อเช่นนั้น)

David Gates เป็นศิลปินเพียงไม่กี่คน ที่ผู้เขียนได้รู้จัก ในด้านในมุมของการสร้างสรรค์งานเพลงด้วยตัวเองทั้งหมด เขาเป็นบุคคลที่มีความสามารถในทุกๆ ด้าน ดังนั้น เมื่อถึงคราวที่ต้องสร้างสรรค์ผลงานเพลงของตัวเอง เขาจึงลงมือทำเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อร้อง/ ทำนอง การเลือกเครื่องดนตรี การเล่นเครื่องดนตรี การเรียบเรียงเสียงประสาน หรือแม้กระทัการ Produce และ Arrange พลงทั้งหมด
ดังนั้นหากใครได้มี
โอกาสสัมผัสกับผลงานเพลงของเขา ก็จะสามารถเข้าถึงตัวของเขาได้อย่างชนิดที่ว่า
รู้อกรู้ใจกันไปเลย นั้น
ก็คงเพราะว่า เขาได้ถ่ายทอดความเป็นตัวตนของเขาลงไปในผลงานของเขาด้วยตัวเองทั้งหมด

 

David Gates เคยได้มาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันจันทน์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2540 นั้น จำได้ว่าตอนนั้นราคาบัตรคือ 800/ 1,000/ 1,200/ 1,500 บาท โดยการแสดงในครั้งนั้น ใช้ชื่อ Concert ว่า "David Gates & Bread"  ผู้เขียนยังหวังอยู่เสมอๆ ว่า คงจะมี David Gates Live in Bangkok อีกสักครั้ง สำหรับผู้เขียนเอง ก็มีโอกาสได้สัมผัสกับผลงานเพลงของ David Gates ในทุกๆ  Album เพราะด้วยความโชคดีของตัวเอง และความอนุเคราะห์จากเพื่อน (รุ่นพี่) เริ่มจากงาน  Album Goodbye Girl และ Love is always seventeen จากพี่ดอน, และแผ่นเสียง Album Goodbye Girl จากพี่สมยศ และ Falling in love จาก web-monster มีเรื่องเล่าฮาๆ นิดๆ
 

เพราะแผ่นนี้ ได้มาจากร้านขาย LP แถวๆ ถนนรัชดาฯ วันนั้นเราสองคน (ผู้เขียนกับ web-monster)
เดินเลือกซื้อ
LP (แผ่นเสียง)
ตามปกติ
ด้วยความโชคดี
web-monster ขยับไปเจอ LP ของ David Gates "Falling in love" Album แล้วหยิบมาให้ผู้เขียนดู ผู้เขียนถึงกับตกใจ เพราะตามหามานาน แต่ก็ไม่เคยได้เจอสักที ตอนแรกก็เกรงๆ ว่า web-monster จะเอาไว้เอง แต่ด้วยความมีน้ำใจ ก็เลยหยิบให้กับผม เราสองคนสอบถามราคาค่าแผ่น เพราะไม่มีราคาติดไว้ เหมือนเช่นกับแผ่นอื่นๆ
ผู้ขาย (มีอายุพอควร) จับและขยับแผ่นไปมา พูดประมาณว่า จริงๆ แล้วไม่อยากจะขาย แล้วเขาก็ใช้นิ้วชี้ให้ดูว่า แผ่นนี้ เป็นแผ่น "Promotion" หมายถึงว่า เป็นแผ่นที่ไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย แต่ผลิตมาเพื่อส่งไปตามสถานีวิทยุต่างๆ เพื่อใช้ในการเปิด Promote เพลงของศิลปินนั้นๆ


(เปิดตามสถานีวิทยุ)
คนขายบอกว่าราคาประมาณ 2000-3000 บาท ผู้เขียนตกใจนิดพอสมควร เพราะว่าหากราคานี้จริงๆ เงินก็คงหมดกระเป๋า (งานนี้สู้สุดตัว) แต่อย่างไรก็ต้องซื้อแน่ๆ ปกติผู้เขียนจะซื้อ LP ราคาไม่เคยเกิน 1,000 บาท ซึ่งถือว่าแพงที่สุดของผู้เขียนแล้ว สรุปสุดท้ายก็เลยได้มาในราคา 1,000 บาท ถือว่าโชคดีไป แต่ก็ต้องยอมรับว่า สภาพแผ่นของเขาดีจริงๆ ดีกว่าแผ่นต่างๆ ที่ผู้เขียนเคยมี ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก
ก็ต้องขอบคุณ
web-monster
ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

มาถึงวันนี้ (วันที่ผู้เขียนกำลังเขียนเรื่องราวของ David Gates) David Gates จะมีอายุประมาณ 65 ปี ผู้เขียนเชื่อว่า หลายๆ คน คงจะใจจดใจจ่อ กับการเฝ้ารอว่า David Gates จะมีงานเพลงออกมาให้เราได้ฟังกันอีก ก็ต้องช่วยกันภาวนา ขอให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อจะได้มีเรี่ยวแรง สร้างสรรค์งานเพลงดีๆ ให้เราได้ฟังกันอีก เพราะข่าวที่รู้มาก็คือ David Gates ได้จัด Tour Concert ในหลายๆ ประเทศ ในแถบ Asia แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาถึงบ้านเราไหม

David Gates สามารถทำหน้าที่ Producer และ  Arrange งานเพลง ได้อย่างสุดพิเศษ และงดงามอย่างยิ่ง นอกจากนั้นเขายังร้องเพลง/เขียนบทเพลง ได้อย่างงดงาม, ไพเราะ และบาดหัวใจ และ David Gates ยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลายอย่าง เช่น Acoustic/Electric Guitar, Bass Guitar, Organ, Harmonica, Piano, Violin, และ Percussion เขาทำสิ่งเหล่านี้ ได้ดีในทุกๆ ด้าน


David Gates สำหรับผู้เขียน เขาเป็นคนที่ร้องเพลงได้ไพเราะจับใจ เขาเรียบเรียงดนตรี และเขียนเพลงรัก ได้ดีมากถึงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และอีกทั้งผู้เขียนยังคิดว่า เขาเป็นอัจฉริยะ เขาคู่ควรแก่คำว่าอัจฉริยะบุคคล แห่งโลกดนตรี” David Gates นับเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่สำคัญของผู้เขียน ที่ทำให้เกิดพลัง และความคิดในการจัดทำ website acousticthai.com นี้ขึ้นมา

ผู้เขียนมีโอกาสได้พบปะกับน้อง/เพื่อน และรุ่นพี่มากมาย ที่ชื่นชอบผลงานเพลงของ David Gates (รวมไปถึงคณะ Bread) และผู้เขียนก็เชื่อมั่นว่า เราจะต้องพบเจอกับผู้คนในแบบเดียวกันนี้ต่อไป และจะต้องเป็นแบบนี้ ต่อไปอีกเรื่อยๆ ถึงแม้ว่า หากวันหนึ่งการเดินทางของ David Gates จะสิ้นสุดลงไป แต่ผู้เขียนก็มีความเชื่อมั่นว่า บทเพลงของเขานั้นจะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกนี้ต่อไป อย่างไม่รู้จบสิ้น

"สรุปผลงานเพลงของ David Gates"

David Gates ได้สร้างคณะ Bread จนประสบกับความสำเร็จ โดยผ่านผลงานอัลบัมทั้งหมด 6 ชุด ดังนี้
 

- Bread                                              
September 1969
- One the water 
July 1970
- Manna                                              
March 1971
- Baby I’m a want you                         
January 1972
- Guitar man                                       
October 1972
- Lost without your love                     
January 1977

ทุกๆ ผลงาน Album ของคณะ Bread ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีหลายๆ บทเพลงที่ได้ขึ้น Bill board chart, David Gates ได้สร้างผลงานเดี่ยวให้กับตัวเอง ผ่านงาน Album ต่างๆ ดังนี้

David Gates First 1973                          
Never let her go 1975                             
Goodbye girl 1978                                  
Falling on love 1979                               
Take me now 1981                                 
Love is always seventeen 1994              
Songbook 2003                                         


By Mr. Jim
since 2005
 



> คลิก เพื่อกลับหน้าหลัก