Acoustic 108
 
 

"Mr. Jim ขอลำนำก่อนเข้าเรื่อง"

ผมรู้จัก "A guitar maker" มาประมาณ 3 ปี ตอนนั้นยังแปลกๆ ใจ ว่าเขาจะทำกีต้าร์โปร่งเป็นตัวๆ ได้หรือ?! (เพียงด้วยมือ 2 มือของชายไทย 100%?!) ผมยังจำกีต้าร์ตัวแรกของเขาได้ ยังจำภาพตอนที่เขานั่งขัดๆ กีต้ารฺ์ตอนที่ยังไม่เป็นกีต้าร์ (แบบสมบูรณ์) ด้วยกระดาษทรายได้

เวลาผ่านไปช่วงอึดใจ... ผมมาเจอเขาอีกก็ตอนเอา Acoustic Guitar ทรง "Olson" มาให้ผมดูที่บ้าน "oh god!" ผมตกใจ และทึ่งกับฝีมือของเขา นั่นมัน "Acoustic Guitar Olson" ที่ผมหลงไหล ที่เคยนั่งจ้องตาเป็นมันในทุกๆ ครั้งที่ดู "James Taylor Live" หลังจากทดสอบคุณภาพของกีต้าร์ของเขา ศรัทธาของผมที่มีต่อ "A guitar maker" ในมุม/ด้านของการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะแขนงนี้ ก็ได้เกิดขึ้น... และนี้คือเรื่องราวบางส่วนของ "A guitar maker" กับ "ผม" ในวันเก่าๆ ที่ผ่านมานานแล้ว  วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ "A guitar maker" จะมาช่วยนำเสนอเรื่องราวของ "Gypsy Jazz Guitar" ใน Menu : "Acoustic 108 Guitar" ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจอีักเรื่องของ Acoustic Guitar ซึ่งเชื่อว่าทุกๆ ท่านจะได้รับสาระอย่างเต็มเปี่ยม จึงขอกล่าวขอบคุณ "A guitar maker" มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ  by Mr. Jim


-ตอนที่ 1-

สวัสดีปีใหม่ครับ...เพื่อนๆ ชาว Acousticthai.com ทุกท่าน หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ลุยกันต่อดีกว่ากับ "Guitar 108" ของ Acousticthai.com ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเรื่องนานาสาระของกีตาร์ สารพันปัญหาที่ถามกันมาก็ตอบกันไป

เริ่มต้นปีกับกีตาร์ดีๆ ชื่อว่า
“Gypsy Jazz Guitar” แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักประวัติกันดีกว่า
ก็ขอแนะนำคำว่า
Gypsy คือ กลุ่มคน, ชุมชน, เผ่า ก็แล้วแต่ใครจะเรียกแต่พวกเขาร่อนแร่อยู่ในประเทศแถบยุโรป เป็นคนกลุ่มเล็กๆ ในหลายประเทศกระจายอยู่ เช่น ฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน เป็นต้น ซึ่งการรวมตัวของกลุ่มคนเหล่านี้มาจากต่างอาชีพ ต่างวิถีชีวิต ต่างที่มาของชนชาติ ซึ่งสรุปเลยแล้วกันว่าเป็นกลุ่มคนร่อนเร่ ไม่มีเงินกันสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือประมาณ ค.ศ.1918  ดนตรีของคนผิวดำในนิวออลีนส์ เติบโตและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และได้มีการบันทึกแผ่นเสียงหลายวงอยู่ในขณะนั้นซึ่งก็ได้รับ ความนิยมอยู่ในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นผลงานของ “The Creole Jazz Band” ของ King Oliver ที่ติดมากับเรือข้ามแอตแลนติกมาขึ้นฝั่งที่ฝรั่งเศส
ทำให้เป็นที่สนใจของคนกลุ่มหนึ่งในปารีส โดยนายปีแอร์นัวรีย์ เป็นนายทุนจากฝรั่งเศส ได้จัดตั้งสมาคม “Hot Club of France” ในปี ค.ศ.1933 เพื่อเป็นศูนย์รวมของคนที่ชื่นชมดนตรีแจ๊สจากอเมริกา

 
หลังจากนั้น 4 ปีต่อมา มีแมวมองเกิดขึ้นคือปีแอร์ กับ เดอลอแนร์ ได้ไปพบวงดนตรีจากฝรั่งเศสวงหนึ่งที่โรงแรม Claridge กลางปารีส มีความพิเศษตรงที่เล่นเพลงแจ๊สอเมริกันได้ ซึ่งประกอบด้วยดนตรี 5 ชิ้น ทำให้ “เดอลอแนร์” (Delaunay) ได้ติดต่อไปบันทึกแผ่นกับบริษัท "Ultra Phone" และตั้งชื่อวงว่า “The Quintet of the Hot Club of France”  

คนที่ห้าคนนี้นี่เองที่มีชื่อเสียงรู้จักกันไปทั่วโลกนานนับ 10 ปี เชื่อหรือไม่เพราะขนาดนักดนตรีแจ๊สจากอเมริกาต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้าคิวดูและขอขึ้นไปแจมด้วย ต่อเนื่องนานนับ 10 ปี นักกีตาร์รุ่นปู่ถึงรุ่นหลานพวกเรารู้จักบุคคลคนนี้แน่นอน เป็น 9 ใน 10 คนโดยเฉพาะนักกีตาร์ Jazz Django คือ Improvise รู้มาว่าเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 4 ขวบ กีตาร์ที่ใช้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถูกๆ ตานี่แกเล่นหมด แข็ง,สูง,ต่ำ,เตี้ยยังไงเล่นหมด ส่วนคำว่า "Gypsy Jazz" เกิดขึ้นเพราะจังโก้นั้น เป็นพวกยิบซีที่อยู่ในฝรั่งเศส ช่วงนั้น Jazz ช่วง 1920-1940 เป็น Swing เลยเรียกอีกชื่อว่า ยิปซีสวิงก็ได้

มีสมาชิกดังนี้

คนแรก 
                Stephan Grappelli              ตำแหน่ง  ไวโอลินโซโล
คนที่สอง              
 Louis Vola                        ตำแหน่ง   เบส
คนที่สาม              
 Roger Chaput                   ตำแหน่ง   กีตาร์คอร์ด
คนที่สี่                   
Joseph Reinhardt               ตำแหน่ง   กีตาร์คอร์ด
คนที่ห้า                 
Django Reinhardt              ตำแหน่ง   กีตาร์โซโล

Barney Kessel นักกีตาร์ชาวอเมริกันที่จากไปเมื่อไม่นานมานี้ บอกว่าดนตรีของจังโก้ เป็นแจ๊ส
อีกแนวหนึ่ง มีการด้นสดแบบตัวของจังโก้เองไม่สามารถเล่นกับวง
Big Band ได้ต้องเป็นวงแบบ Django เท่านั้น


The Quintet of the hot Club of France เริ่มโด่งดังตั้งแต่ 1935
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 70 ปี เข้าให้แล้ว แถมยังมีวงแนวนี้แนวเดียวที่เล่นแบบนี้
70 ปีนะ อายุยืนและยังนิยมอยู่ได้
เพราะผู้ชายหน้าทะเล้นมีหนวด นามว่า Django Reinhardt แท้ๆ (แหม... อย่างงี้จะเรียก Django Jazz ได้มั๊ยเนี่ยะ)

เอาหล่ะเล่ามาก็ซะยาวเลยจะหมดพื้นที่ 108 ไร่ ยังไม่พูดถึง "Axe" หรืออาวุธคู่-
กายของเขาเลย ยังงัยก็ใจเย็นๆนะครับ ผมไม่ได้กั๊ก แต่ได้คุยกับ บก.ว่า
..
อยากถ่ายทอดให้หมด

ละเอียดส
ดเท่าที่ปัญญาอันน้อยนิดจะสืบเสาะหามาได้ ตอนต่อไปขอบอกก่อนเลยว่ามันส์มาก


     “Rocker Said Hendrix Neverdied”
                                              "
Jazz man Said “Here Django And Died”

 

"ครั้งหน้าเจอกัน จะเสนอเป็นตอนที่ 2" ล้วเจอกัน "อย่าพลาด!" นะครับ... สวัสดีรับ แถมกันอีกนิด...ตอนนี้ก็ดูรูปประกอบไปพลางๆ ก่อนว่า
กีตาร์ของเขาเป็นยังไงบ้าง พอเป็นกระษัย
ครับ รับรองว่าจะชำแหละทุกอณูของกีตาร์ตัวนี้มาให้ได้ติดตามกันในตอนต่อไป แต่ที่ลืมไม่ได้
ขอกราบขอบพระคุณ พล.ต.ศุภกิจ นุตสถิตย์ และ พ.อ.บุศบง นุตสถิตย์ ผู้อนุเคราะห์ข้อมูล

By : A Guitar Maker
 

 

กลับหน้าแรก Acoustic 108