Interview
 

น้อง Ham
ผู้หญิงที่มีความพยายาม ความตั้งใจ และความมุ่งมั่น กับดนตรีที่เธอได้เลือก 
Acoustic คือส่วนหนึ่งของเธอ เรามารู้จักเธอกันเลยค่ะ





Acousticthai :  แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ
Ham :  ชื่อ อารียา อุปมัย เรียกว่า "แฮม" ค่ะ

Acousticthai :  เล่าให้ฟังหน่อยว่า เริ่มสนใจที่จะเล่นกีต้าร์ได้อย่างไร
Ham :  แฮมเริ่มสนใจกีต้าร์ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม พอตอนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย  แฮมก็เลยเลือก
ที่จะเอ็นทรานซ์เข้าคณะดนตรี แล้วก็เลือกเรียนเอกวิชากีต้าร์

Acousticthai :  เวลาสอบก็ต้องมีภาคปฏิบัติ ต้องเล่นกีต้าร์ต่อหน้าอาจารย์ด้วย
Ham :  ใช่ค่ะ ต้องเล่นต่อหน้าอาจารย์

Acousticthai :  แล้วแฮมเตรียมตัวอย่างไร เพราะก็คงมีการแข่งขันเหมือนกับคณะอื่นๆ
Ham :  ตอนนั้นแฮมก็เข้าไปเรียนพิเศษที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่ะ เรียนกีต้าร์คลาสสิคค่ะ
เพราะเป็นวิชาบังคับ มันต้องใช้ตอนสอบเอ็นทรานซ์

 
Acousticthai :  ตอนนั้นเลือกมหาวิทยาลัยไว้หลายที่ไหม
Ham :  เลือกไว้หลายที่ค่ะ ทั้งจุฬาฯ มศว. ประสานมิตร เกษตรฯ แล้วก็อีกหลายๆ ที่ สุดท้ายก็เอ็นทรานซ์ติดที่ราชมงคล


Acousticthai :  ลักษณะการสอบเอ็นทรานซ์ เอกดนตรีเป็นอย่างไร
Ham : ก็จะมีเพลงบังคับ และก็เป็นเพลงอิสระให้เราเลือกเอง ค่ะ


Acousticthai :  การเลือกเพลงที่ใช้สอบล่ะค่ะ
Ham :  เพลงที่เลือกเองถ้าง่ายไป คะแนนก็อาจจะออกมาไม่ดี แต่ถ้ายากเกินไป เราเล่นพลาดมาก ก็จะถูกตัดคะแนน
ดังนั้นการเลือกเพลงที่จะใช้สอบสำคัญมาก เลือกเพลงที่มั่นใจ และเป็นเพลงที่จะทำคะแนนให้เราได้


Acousticthai :  ผู้หญิงส่วนใหญ่คงไม่เลือกวิชาเอกกีต้าร์ ตอนเข้าไปเรียน มีปัญหาอะไรบ้างไหม
Ham :  ใช่ค่ะ ส่วนใหญ่คงเลือกวิชาเอกอื่นๆ แต่แฮมเลือกกีต้าร์ เพราะชอบมาก ตอนที่เข้าไปเรียนมีปัญหาเรื่องความแตกต่าง
ระหว่างชายหญิง คือแฮมหมายความว่า... ทั้งห้องเราเป็นผู้หญิงคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้ชายหมดเลย ก็รู้สึกกังวลมากในตอนแรกๆ
เรากลายเป็นจุดเด่นของห้อง ก็รู้สึกกดดัน


Acousticthai :  เอกวิชากีต้าร์คลาสสิค ให้อะไรกับแฮมบ้าง
Ham :  แฮมว่า การเรียนเอกวิชากีต้าร์คลาสสิคทำให้เราได้ในส่วนของ จังหวะ, น้ำหนัก และความแข็งแรงของมือซ้าย
โดยเฉพาะเรื่องของจังหวะเนีย ได้มากๆ เลยค่ะ


Acousticthai :  ขยายความเรื่องจังหวะหน่อยค่ะ  
Ham :  คือตอนที่แฮมเรียน นักเรียนเอกวิชากีต้าร์ทุกๆ คน ต้องติดเครื่องให้จังหวะ (
Metronome) ติดตัวเสมอๆ
เรียกว่าเป็นอาวุธคู่กายขาดไม่ได้เลยค่ะ จนบางทีรู้สึกว่า เราติดมัน หากไม่มีมัน จังหวะของราหายหมด คือมันเหมือนเสพติดค่ะ
ข้อดีของการคลุกคลีอยู่กับมันก็คือ จังหวะเราจะดี แต่อะไรที่มากไปก็ไม่ดี พอเวลาไม่มีมัน แล้วจะเริ่มไปไม่ถูก
 

Acousticthai :  เคยได้ยินว่า นักดนตรีเก่งๆ หลายคน พอเข้าห้องอัดจะมีปัญหา
เรื่องจังหวะ กับเจ้า
Metronome
Ham :  หลายๆ คนที่เข้าไปเล่นในห้องอัดอาจจะมีปัญหาเรื่องนี้ แต่คนที่เรียนมา มักจะไม่มีปัญหา หรือถ้าจะมีปัญหาก็น้อยมากค่ะ เพราะเราคลุกคลีกับ Metronome มันตลอด 4 ปี

Acousticthai :  ตอนเรียน หลักสูตรจะเน้นภาคปฏิบัติ หรือภาคทฤษฎี มากกว่ากัน
Ham :  คณะที่แฮมเรียน เขาจะแบ่งเป็น 2 หลักสูตรค่ะ คือ แบบ music education
และแบบ
performance

Acousticthai :  ต่างกันอย่างไรค่ะ
Ham  :    music education จะเน้นเรื่องภาคทฤษฎี คือสอน และเรียนเพื่อมุ่งให้ไปเป็นอาจารย์
ส่วน
performance จะเน้นภาคปฏิบัติค่ะ จะเรียนและสอนเพื่อมุ่งไปทางงานดนตรี สำหรับนักเรียน
ที่เรียนทาง
performance ก็จะได้เปรียบ ตรงที่จะสามารถเล่นเพลง และรู้จักเพลง classic มาก
แต่ทางทฤษฎีก็จะน้อยกว่าทาง
education ก็ดีไปคนละแบบค่ะ

Acousticthai :  แฮมเริ่มมีประสบการด้านดนตรี นอกห้องเรียนเมื่อไรค่ะ
Ham : 
แฮมเคยร้องประสานให้กับวงดนตรี คือ รุ่นพี่คนหนึ่ง เขาเห็นแฮมร้องเพลงประสานในมหาวิทยาลัย คือในหลักสูตรที่แฮมเรียน
จะมีการสอนร้องประสานด้วยค่ะ พอพี่เขาเห็นว่าแฮมร้องได้ ก็เลยชวนไปร้องประสานในวงเค้า


Acousticthai :  ร้องประสานอยู่นานไหมค่ะ
Ham :  ประมาณเกือบ 2 ปีค่ะ
 

Acousticthai : หลังจากนั้นล่ะ
Ham :
 ช่วงที่ร้องประสาน แฮมมีโอกาสได้เจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่เล่นประจำในร้าน เขาเล่นกีต้าร์อะคูติค และก็มีนักร้องผู้หญิง ซึ่งพี่ผู้หญิงคนนั้น
เขาร้องอย่างเดียว แต่ไม่ได้เล่นกีต้าร์ แฮมนั่งมองเขาเล่น แล้วก็เลยรู้สึกว่า เราก็เล่นกีต้าร์ได้ ถ้าเราสามารถร้องได้ด้วย เราก็คงจะมีโอกาส
แบบนั้นบ้าง
 

Acousticthai :  นี้ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการเล่นดนตรีกลางคืน
Ham :  ใช่ค่ะ แฮมกลับมานั่งหาเพลง นั่งคัดเพลง เพื่อจะไปออดิชั่น ตอนนั้นตั้งใจมาก เพราะอยากจะมีโอกาสได้เล่นกีต้าร์บนเวทีแบบที่เราเห็น


Acousticthai  :  แล้วใครแนะนำว่าต้องเลือก หรือใช้เพลงแบบไหน เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีประสบการณ์เลย
Ham  :  แฮมก็ถามพี่ผู้ชายที่เล่นกีต้าร์ที่แฮมเจอที่ร้าน ที่แฮมไปร้องประสานนั่นล่ะค่ะ ก็ถามเขาว่าถ้าจะเล่นดนตรีกลางคืนแบบที่พี่เล่น
ต้องเลือกเพลงอะไรแบบไหน เขาก็แนะนำ แฮมก็จดๆ จำๆ ไว้


Acousticthai :  ร้านแรกที่เริ่มเข้าไปออดิชั่น เป็นไงบ้าง
Ham :  ร้านแรกที่แฮมได้เข้าไปเล่นนั้น ไม่ได้ออดิชั่นค่ะ พอดีว่าเพื่อนแฮมเล่นประจำอยู่ที่นั่น วันหนึ่งเขาไม่ว่าง แล้วก็ให้แฮมไปแทน
ตอนแรกไม่กล้า แต่เพื่อนบอกว่า คนน้อย เล่นๆ ไปเถอะ ก็เลยตัดใจลองดู ทั้งที่ยังไม่แน่ใจเท่าไร พอวันที่ไปเล่นจริงๆ คนเยอะมากๆ


Acousticthai :  on stage ครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง
Ham :  ตอนที่ขึ้นไปเล่นครั้งแรก ตื่นเต้นมากค่ะ ตื่นเต้นขนาดว่า แฮมต้องเล่นจริงตอน 19.00 น. แต่แฮมออกจากบ้านตั้งแต่ 16.00 น.
ทั้งที่ร้านก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้าน, อาการตาลายเป็นไงเข้าใจเลย ตื่นเต้นมากจริงๆ ค่ะ  กีต้าร์ที่เอาไปเป็นกีต้าร์คลาสสิค แบบมี
pre.
ก็ได้ใช้ที่ร้านนี้เป็นร้านแรกเลย สุดท้ายก็ผ่านไปได้ แม้จะมีหลุดๆ บนเวทีบ้าง
 

Acousticthai :  ครั้งแรก เล่นบนเวทีกี่นาที เลือกเล่นเพลงอะไรเป็นเพลงแรก
Ham : 
ตอนนั้นแฮมต้องเล่นบนเวทีหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แฮมก็มีเพลงที่เตรียมๆ ไว้ประมาณ 30 เพลง
ทั้งไทยและสากล, เพื่อความมั่นใจ แฮมเลือกเพลงที่เราคุ้นเคยที่สุด ก็เลยเลือกเล่นเพลง
Classic เป็นเพลงแรก ก็เล่นแบบบรรเลงค่ะ

Acousticthai :  ที่ร้านว่าไงบ้างค่ะ
Ham :  ร้านชอบค่ะ เพราะแฮมร้องและก็เล่นเพลงสากล แล้วเพลงที่เอาไปเล่นก็เป็นเพลงเก่าๆ
ในยุค 70
's หลายๆ เพลง เขาชอบที่แฮมเล่น ก็เลยให้แฮมเล่นประจำเลย ตั้ง 6 วัน
ตอนนั้นยังเรียนอยู่ด้วย พอได้งานเล่นดนตรีกลางคืน 6 วัน ดีใจมาก เพราะความตั้งใจ และ
ความฝันของเราเป็นจริง แล้วก็มีรายได้ดีด้วย

Acousticthai : ยกตัวอย่าง เพลงที่เลือกเอาไปเล่นในร้านให้ฟังหน่อย
Ham : 
ก็จะมีเพลงอย่างเช่น A Lover's Concerto, Don't it make my brown eyes blue,
Donna Donna, และก็อย่างเพลง Close to you ของ The Carpenters ประมาณๆ นี้ค่ะ
ตอนแรกๆ ที่แฮมเล่น จะเลือกเพลงที่ไม่ยาก เพราะยังไม่มั่นใจ ตอนนี้มั่นใจมากขึ้น เพราะเล่น
มานานสักระยะแล้ว ก็เริ่มขยับเพลงยากขึ้น

Acousticthai : เห็นบอกว่ากำลังสนใจแนว Bossa หรือ Bossa Nova ใครแนะนำค่ะ
Ham : 
ก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งเขาเล่น แฮมเห็นแล้วก็เกิดชอบ แล้วเขาก็แนะนำว่า มีฝรั่งคนหนึ่งเล่นอยู่ที่ร้าน บราวซูก้า แฮมก็ตามไปดู
แล้วพอดีว่าฝรั่งคนนั้นเขาก็รับสอนด้วย แฮมก็เลยไปลงทะเบียนเรียนกับเขา เสียค่าเรียนแพงมากๆ


Acousticthai : อธิบายเกี่ยวกับดนตรีในแบบ Bossa ให้ฟังหน่อยค่ะ
Ham :  ดนตรีแนวนี้จะมีอารมณ์เพลงที่แปลก คือเพลงทั่วๆ ไป จะบอกถึงอารมณ์ที่ชัดเจน คือ ดีใจ สนุก หรือเศร้าเสียใจ
ส่วน
Bossa จะอยู่ตรงกลาง, ส่วนวิธีการเล่นก็จะเน้นเรื่องจังหวะที่มือขวา และการเปลี่ยนคอร์ดที่มือซ้าย


Acousticthai :  แล้วเกี่ยวกับคอร์ดล่ะ แตกต่างจากเพลงทั่วไปไหม
Ham :  แตกต่างนะค่ะ คอร์ดส่วนใหญ่ของเพลง Bossa จะเป็น minor, maj เยอะ เวลาจับก็มักจะไม่เต็ม เช่น คอร์ด Bbmaj หรือ Fmaj7
ปกติเราจะทาบทั้ง
fingerboard แต่ถ้าเป็น Bossa เราจะไม่จับสาย 1 โดยเราจะยกให้เป็นสายเปล่า เพื่อให้ได้กลิ่นแบบ Bossa
แล้วคอร์ดที่ใช้กับเพลง
Bossa ก็จะเป็นพวกคอร์ด + ที่มี 6, 7, 9, เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก บางเพลงจะมีรูปคอร์ดที่แปลกมาก ฟังยากมาก
แนว
Bossa ก็ถือว่าเป็นแนวที่อยากเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะจังหวะยกมือขวา และรูปคอร์ด


Acousticthai :  ศิลปินในแนว Bossa ล่ะ
Ham : 
แฮมฟังของ Antonio Carlos ซึ่งตอนนี้เขาเสียชีวิตแล้วค่ะ เมื่อปี 1994, คนนี้ถือเป็นต้นแบบเพลงแนวนี้เลยค่ะ,
Antonio Carlos เขาเล่นแนวหลักในแบบ Latin music, จริงๆ แล้ว ดนตรีในแบบ Bossa เป็นแขนงย่อย ซึ่งแตกมาจาก Latin อีกทีค่ะ  
แนว
Latin เอง นอกจากจะแตกมาเป็น Bossa แล้ว ก็ยังแตกเป็น Latin Jazz, Brazilian Jazz, World Fusion, Latin Folk, 
Antonio Carlos เขาเล่นทั้งหมดทุกๆ รูปแบบ
ใครที่สนใจแนวนี้ แฮมแนะนำให้หามาฟังเลยค่ะ

Acousticthai : ตอนนี้สนใจดนตรีแนวอื่นๆ บ้างไหม
Ham : 
นอกจากสนใจแนว Acoustic Folk, Bossa ตอนนี้แฮมกำลังสนใจแนว Finger style ค่ะ
อย่าง
Tommy Emmanuel หรืออย่าง Chet Atkins ค่ะ

Acousticthai : แล้วมีแนวทาง หรือศึกษา Finger style อย่างไร
Ham :  แฮมเรียนอยู่กับพี่ตู่ค่ะ

Acousticthai : เรียนเป็นอย่างไรบ้าง
Ham :  พี่ตู่สอนเข้าใจง่ายค่ะ แล้วก็สอนให้เข้าใจหลักการคิด เพื่อสามารถนำมาประยุกต์ใช้
กับสิ่งที่เรามีอยู่ ก็ดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสเรียนกับพี่ตู่

Acousticthai : ตอนนี้ฟังเพลงของศิลปินใดบ้าง
Ham : 
ก็มี Jim Croce, John Denver, Carole King, The Carpenters, Antonio Carlos, Tommy Emmanuel, Alison Krauss
และก็อีกหลายๆ คน ที่อยู่ในแนว
Acoustic จะตามฟังหมดค่ะ


Acousticthai : นอกจากเล่นดนตรีแล้ว ตอนนี้ทำอะไรบ้างค่ะ
Ham : 
แฮมกำลังเรียนต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่ะ ก็เกี่ยวกับดนตรีค่ะ แต่เป็นหลักสูตรเน้นภาคทฤษฎี


Acousticthai : ตอนนี้เล่นดนตรีที่ร้านไหนบ้าง
Ham : 
ตอนนี้เล่น...
 
- วันอังคาร ที่ร้านบาเล่ย์   เวลา 19.30 - 20.45 น. ลาดพร้าว
   แล้วก็ที่ร้านอร่อยดี   เวลา 21.30 - 23.15 น. สวนลุมไนซ์ พลาซ่า
- วันพุธ ที่ร้านซาบายา   เวลา 19.30 - 21.00 น. ซอยวัชรพล
- วันพฤหัส ที่ร้านคลิปอินทัช    เวลา 19.00 - 20.30 น. ซอยร่วมฤดี
- วันศุกร์ ที่ร้านคลิปอินทัช   เวลา 19.00 - 20.30 น. แล้วรอบดึกก็มาต่อที่ร้านไวน์วิซ

ถ้าใครชอบเพลงยุค 70
's ก็แนะนำที่ที่ร้านคลิปอินทัช ค่ะ ซ. ร่วมฤดี ถ้าเข้าจากถนนสุขุมวิทอยู่ขวามือค่ะ


Acousticthai : มีเพลงอะไรมาฝากบ้างพี่ๆ เพื่อนๆ ชาว Acousticthai บ้างค่ะ
Ham :
  ก็มีเพลงของ Carole King ชื่อเพลง So Far Away ค่ะ ส่วนอีกเพลงก็ชื่อเพลง Where is the love เล่นในแบบ Bossa ค่ะ
เล่นให้ฟัง 2 เพลงก่อนนะค่ะ, อย่างไรก็ส่งเพลง
Bossa มาเพิ่มให้ฟังกันอีกทีนะค่ะ

 

 
 - So Far away (Acoustic Folk style)
 
-  Where is the love (Acoustic Bossa style)
 
- เร็วๆ นี้

 บันทึกโดย Acoustic Takamine สายเบอร์ .011

 

 by Acousticthai.net
 since 22/12/2006