Acoustic 108
 

 

Acoustic Home studio  :
เพื่อนๆ เคยมีความรู้สึกว่าอยากจะอัดเสียงร้องของตัวเอง หรืออัดซาว Acoustic guitar เอง ตอนอยู่เหงาๆ คนเดียวที่บ้านไหมครับ? หลายๆ คนที่ผมมีโอกาสได้พูดคุย มีไม่น้อยเลยครับที่อยากจะทำ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง  และต้องมีงบเท่าไร? จริงๆ แล้ว เรื่องมันง่ายนิดเดียวเองครับ..

สำหรับการที่จะอัดเสียงร้องของตัวเอง หรืออัดซาวกีต้าร์นั้น ผมว่าเป็นประโยชน์มากครับ ทั้งนี้ก็เพื่อ
จะได้เป็นการตรวจสอบตัวเอง ว่าสิ่งที่คุณได้เล่นไปนั้น ดีหรือไม่ดีอย่างไร มันมีจุดบกพร่องตรงไหน จะได้ค่อยๆ แก้ไข และพัฒนาให้ดีขึ้น

จริงๆ แล้วการทำ
"Home studio" (ผมขออนุญาตเรียกว่าแบบนี่แล้วกันนะครับ) วิธีการนั้น มันอาจจะเหมือนเสั้นผมบังภูเขา พอมีคนแนะนำ เราก็จะรู้ว่า... การตระเตรียมเครื่องมือเครื่องไม้นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร ซึ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นแบบชนิดที่เรียกว่า ลงทุนไม่มาก แต่คุณภาพที่ได้ถือว่า "คุ้มค่ากับการลงทุน" และยังง่ายกับการใช้งาน เข้าใจได้โดยที่คุณไม่ต้องใช้เวลานาน ดังนั้น สิ่งที่ผมจะนำเสนอนี้ จึงเน้นที่ความเรียบง่ายเรียนรู้ง่าย เข้าใจง่าย ใช้งานได้ทันที และมีคุณภาพระดับหนึ่ง  เรามาเข้าเรื่อง เริ่มกันเป็นขั้นเป็นตอนเลยดีกว่าครับ

ั้นตอนที่ 1. คุณต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

แน่นอนครับว่า เราต้องรู้ก่อนว่า... เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์/เครื่องมือเครื่องไม้อะไรบ้างในการทำ
"Home studio" มาดูกันเลยครับ
 

1.1 Acoustic guitar + Guitar cable :

กีต้าร์ชนิดมี
Preamp นะครับ หากมีแค่ pickup อย่าเดียวไม่เพียงพอครับ เพราะเสียงที่ได้จะบางมากๆ ครับ. สายแจ็คกีต้าร์ควรเตรียมแบบที่มีคุณภาพพอสมควร หากท่านไม่คัดเลือกคุณภาพ เวลาที่ท่านนำมาใช้ ก็อาจจะเจอปัญหามีเสียงจี้ได้ สายแจ็คซื้อแล้วใช้ได้ยาวนาน ยอมจ่ายแพงหน่อย ลงทุนนิดก็จะดีมากครับ ตรงนี้ส่งผลต่อเสียงมากเช่นกัน ส่วนใครไม่มี pre. ก็คงต้องหาวิธีเอานะครับ อาจจะซื้อเป็น Pre. ที่อยู่ด้านนอกก็ได้ จะได้ไม่ต้องเจาะกีต้าร์ สำหรับการเจาะกีต้าร์ ส่วนตัวผมไม่แนะนำครับ แต่หากคุณอยากทำ ก็ตามความสะดวกครับ  
 


 

1.2 Microphone + Mic. cable (XLR) :

สำหรับไมค์ผมแนะนำว่า เพื่อนๆ ควรจะต้องเตรียมงบไว้หน่อยนะครับ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะตั้งงบไว้ราวๆ 3 พันกว่าบาทขึ้นไป อยากให้เพื่อนๆ ลุงทุนตรงนี้สักนิดครับ
ตรงนี้สำคัญมากครับ เรากำลังจะอัดเสียง ดังนั้นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการร้องจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ส่วนสาย Cable ก็ต้องเป็นแบบ XLR นะครับ


1.4 Mixer :

หากเราเล่นคนเดียวอยู่ที่บ้านก็แนะนำแบบไม่ต้องมีช่อง
(channel) มาก เพราะหากมี channel มากก็จะทำให้งบสูงขึ้น (เสียเงินมากขึ้น) เลือก Mix. แบบสัก 5 channel ก็พอครับ
รายละเอียดหลักๆ ของ
Mix.
-
Line in  1-2 ช่อง สำหรับต่อ Microphone (XLR)
-
Line in 1 momo และ 2 studio ไว้ต่อลายกีต้าร์ ฯลฯ 
-
Line phone อีก 1 ช่อง สำหรับที่จะไปออกที่คอมพิวเตอร์ (เพื่ออัดซาว)
- Head phone ช่องนี้ไว้ต่อกับหูฟัง (จะได้ไม่ต้องรบกวนคนข้างบ้าน/ห้อง)

หรือหากเรามีงบมากหน่อย ก็อาจจะดูที่มี
channel หรือที่มี Function ที่สามารถรองรับการใช้งานที่มากขึ้นกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับงบ และความจำเป็นของแต่ละคนครับ การมี Channel ที่เยอะ ก็จะสามารถต่อแบ่งลายกันได้มากขึ้น

 
1.5 Computer (PC หรือ Note book ก็ได้ครับ) + Program

- Computer หากใครยังไม่มีคอมฯ ก็คงจะลงทุนหนักกว่าคนอื่นๆ แต่ผมเชื่อว่าสมัยนี้ หลายๆ ท่านก็คงจะมีกันหมดแล้วนะครับ ส่วน spec. จะเน้นในส่วนหลักๆ คือ Pentium III ขึ้นไป, Ram 256
ขึ้นไป, Sound card ควรจะราคาประมาณ 5 พันบาทขึ้นไป หรือไม่ควรต่ำกว่า Sound-blaster live แต่หากจะเอาแบบเนียบๆ ก็น่าจะต้องมีงบประมาณ 1 หมื่นบาทขึ้นไปครับ แล้วก็ควรจะมี CR-W (Writer) ด้วยนะครับ เพราะเมื่อเวลาที่เราบันทึกเสียงลงฮาร์ดดิส (Hard disk) เรียบร้อย เราจะได้ Burn ลงไว้ในแผ่นซีดี. Sound card นั้น สำคัญมากที่เดียว ลองตั้งงบมากๆ ไว้นิดก็จะเนียบครับ

- โปรแกรมสำหรับอัดเสียง ที่สามารถแปลงไฟล์ (Converter) ฯลฯ ซึ่งในที่นี้ ผมขอแนะนำโปรแกรม "Wave Lap" หรือ Cool edit ซึ่งใช้งานง่าย แต่อาจจะไม่มีลูกเล่นอะไรมาก แต่ก็อย่างที่บอกครับ คือเราต้องการแบบเรียนรู้ง่าย เข้าใจไม่ยาก และเห็นผลเร็ว หากวันข้างหน้าอยากจะพัฒนาสูงขึ้น ก็ค่อยๆ ไปศึกษาเช่นโปรแกรม Cakewalk studio หรือ Logic กันอีกที ซึ่งปัจจุบันโปรแกรม "Wave Lap" ก็ได้พัฒนาถึงเวอร์ชั่น 5 แล้ว ก็คิดว่าตอนนี้ คงจะมีลูกเล่นอะไรมากพอสมควร แต่ผมยังใช้เวอร์ชั่นเก่าอยู่(เดี๋ยวต้องหาเวลา Update สักหน่อย)

- Speaker (ลำโพง) สำหรับต่อเข้ากับคอมฯ หากเป็นไปได้ก็ให้ซื้อแบบที่มี Subwoofer ด้วยก็จะดีมากๆ ผมแนะนำ Acoustic Boston ซึ่งมีคุณภาพใช้ได้ในระดับหนึ่ง จะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 3 พันกว่าบาทขึ้นไป ที่แนะนำ Acoustic Boston ก็เพราะว่าราคาไม่สูง และยังเป็นลำโพงคอมฯ ที่ให้ซาวที่ดีมากพอสมควร ในกรณีที่คุณเอาไว้ใช้ฟังเพลงจากคอมฯ ก็ให้คุณภาพที่ดีเช่นกัน Acoustic Boston  บางรุ่นมีราคาถึง 1 หมื่นกว่าบาทขึ้นไป นั่นก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณ และความต้องการของแต่ละท่านครับ
 
  


ั้นตอนที่ 2. เตรียมความพร้อม

เมื่อเราได้เตรียม และต่ออุปกรณ์ทุกๆ อย่างพร้อมแล้ว
(ต่อ Line in-out) ก็มาลองอัดเสียงกันเลยนะครับ และสำหรับโปรแกรมที่ใช้อัดก็คือ
Wave Lap ครับ  หลังจากอัดเสียงเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ผลงานออกมาประมาณนี้นะครับ ลองคลิกฟังเพลงตัวอย่างด้านล่างนี้ดูนะครับ

โดย... ผมปรับ
(อันนี้ปรับตามใจชอบนะครับ ผมปรับกลางๆ ไว้ เพื่อให้ลองฟังดู)
-
EQ ของ Mixer ไว้ตรงกลางหมดครับ
- ส่วน
pre. ที่ Acoustic Guitar ปรับ Bass ไว้บนสุด (+12db) , Contour ไว้ตรงกลาง, Treble ปรับไว้บนสุด และ Volume ที่ 12.00 น. ครับ



- Since we met (by home studio)



สรุป
: หากคุณมีคอมฯ อยู่ที่บ้านอยู่แล้ว งบประมาณที่ต้องลงทุนกับ Home Studio (โดยประมาณ) ก็คงอยู่ราวๆ ไม่เกิน 1 หมื่นบาท
แต่หากคุณอยากจะอับเกรดคอมฯ ก็คงต้องเตรียมงบไว้สูงกว่าที่กล่าวมา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องมีการ
อับเกรดคอมก็คือในส่วนของอุปกรณ์
Sound-card สำหรับเพลงที่ผมทำไว้ให้ลองฟังนั้น คอมฯ ตัวนี้ใช้ Sound card ราคาประมาณ 6 พันกว่าบาท
(หลายปีแล้วครับ) หากฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงยังไม่ถูกใจ ก็ลองขยับเกรดของ
sound card ดูนะครับ แต่สมัยนี้ราคา 6 พันกว่า คุณภาพดีกว่านี้แน่นอน

หวังว่ามือใหม่คงจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

|Back|