Acoustic108
 คุยเฟื่องเรื่องอะคูสติก พบกับประวัติกีต้าร์แต่ละยี่ห้อ, เรื่องที่ต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับกีต้าร์ และส่วนประกอบกีต้าร์, เรื่องของ Ukulele,
 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์อัดเสียง, Computer Music และ Studio
 

How to Monitor Speaker วิธีเลือกซื้อลำโพงมอนิเตอร์

 

How to Monitor
วิธีเลือกซื้อลำโพงมอนิเตอร์

 
วิธีเลือกซื้อลำโพงมอนิเตอร์:
ถ้าคุณเป็นผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของการผลิตเพลง คุณอาจสงสัยว่า ทำไมถึงต้องมีมอนิเตอร์ ในเมื่อคุณยังสามารถฟังจากลำโพงไฮไฟ
เช่นเดียวกับการฟังเพลงทั่ว ๆ ไปได้ ลองติดตามอ่านดู จะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้นนะครับ

ก่อนอื่นผมอยากให้คุณตอบคำถามเหล่านี้ว่า คุณเคยพบกับเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่ ในการทำงานของคุณ

1. ลำโพงไฮไฟของคุณที่มีอยู่สามารถรองรับเสียงที่มีระดับความดังมาก ๆ ได้หรือไม่ ในยามที่คุณต้องการได้ยินความชัดเจนของเสียงเครื่องดนตรีในแต่ละชิ้นอย่างละเอียด หรือแม้แต่ในยามที่เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน แล้วเกิดเสียงดังมาก ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ

2. คุณเคยรู้สึกหรือไม่ ว่าเสียงที่ได้ยินจากลำโพงไฮไฟของคุณ มันฟังดูไม่เข้าที่เข้าทาง เหมือนมันยังวางไม่ถูกตำแหน่ง

3. และปัญหาที่ตามมาก็คือ คุณรู้สึกยุ่งยากมากหรือไม่ ในการจัดลำโพงไฮไฟของคุณให้ลงตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะคุณก็ทราบดีว่าตำแหน่งที่ตั้งของลำโพง มีความสำคัญต่อการได้ยินที่ดี และยังมีผลต่องานของคุณด้วย

4. คุณจะยุ่งยากและสิ้นเหลืองค่าใช้จ่ายมากหรือไม่ หากต้องปรับสภาพแวดล้อมห้องทำงานของคุณให้สอดคล้องกับลำโพงและการได้ยิน

ผมเชื่อว่าคุณคงมีคำตอบในใจของคุณอยู่แล้ว นี่คือปัญหาที่พบได้บ่อยในการทำงานในห้องบันทึกเสียงที่ใช้ลำโพงแบบทั่ว ๆ ไป หลายคนคง
มีวิธีแก้ไขที่แตกต่างกัน แล้วแต่ความสามารถ แต่สำหรับผมแล้ว ผมมีวิธีแก้ไขปัญหาข้างต้นด้วยวิธีง่าย ๆโดยการเลือกใช้ลำโพงมอนิเตอร์เข้ามาใช้ในการทำงาน เพราะปัจจุบันนี้ ลำโพงมอนิเตอร์ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อการทำงานด้านนี้โดยตรง ทั้งด้านรูปทรงที่กระทัดรัด ใช้วัสดุที่ดีขึ้น และฟังก์ชั่นที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างดี และที่สำคัญราคาไมแพงอย่างที่คิด

ถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากลองใช้ลำโพงมอนิเตอร์ในการทำงานบ้างแล้ว แต่ก็อาจเกิดคำถามตามมาอีกว่า แล้วลำโพงมอนิเตอร์แบบไหนล่ะ
ถึงจะเหมาะสมที่สุดในการทำงาน นั่งแหละ คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณจะต้องศึกษาต่อไปจากนี้ ในการเลือกลำโพงมอนิเตอร์ที่คู่ควรกับคุณไงครับ
 
ลำโพงมอนิเตอร์มี 3 รูปแบบ
1. มอนิเตอร์หลัก มีไว้เพื่อเชคเสียงในย่านความถี่ต่ำได้ดี แต่มันก็ไม่ใช่ของคนฟังดนตรีทั่วไป และยังราคาสูงมาก แถมการติดตั้งก็ทำได้ยาก เมื่อใช้งานเป็นเวลานานอาจเกิดการล้าของหูได้ ดังนั้นลำโพงมอนิเตอร์แบบนี้จึงไม่เป็นที่นิยมใช้กันมากนัก แม้แต่ในห้องบันทึกเสียงระดับโลก ก็ใช้กันน้อย

2. มิดฟิลมอนิเตอร์ ออกแบบมาเพื่อลดความล้าในการทำงาน แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม แต่ยังมีข้อจำกัดของขนาด ที่ใหญ่เกินไปสำหรับการทำงานในโฮมสตูดิโอ

3. เนียร์ฟิลมอนิเตอร์ ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง ด้วยประสิทธิภาพในการทำงานที่ไม่ต่างกันมากนักกับมิดฟิลมอนิเตอร์ ขนาดของลำโพงจะมีขนาดเล็กกว่ามิดฟิล และราคาไม่สูงมากนัก
 
จะเลือกใช้พาสซีฟ หรือแอคทีฟมอนิเตอร์ดี
พาสซีฟมอนิเตอร์จะใช้การเชื่อมต่อแบบเดียวกับลำโพงไฮไฟ นั่นคือการเลือกซื้อแอมป์ที่มีกำลังขับที่เท่ากัน และเสียบเข้ากับซาวนด์การ์ด
จากนั้นใช้สายลำโพงคุณภาพสูงต่อลำโพงเข้ากับแอมป์ ถ้าแอมป์นั่นเข้ากันได้ดีกับลำโพงและซาวนด์การ์ดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่การเลือกแอมป์นั้นก็ยากพอ ๆ กับการเลือกมอนิเตอร์ เพราะนอกจากสเปคจากโรงงานผู้ผลิตแล้ว มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีกมากมาย และเหนือสิ่งอื่นใด ลำโพงมอนิเตอร์ที่ให้เสียงดีกับแอมป์ตัวหนึ่ง อาจจะฟังไม่ได้เรื่องกับแอมป์อีกตัวก็ได้ และยังมีคำกล่าวที่ว่า
การเลือกใช้แอมป์ที่มีกำลังขับต่ำเกินไป จะทำให้ลำโพงเสียหายได้มากกว่าใช้แอมป์ที่มีกำลังขับสูง เพราะเสียงแตกจากแอมป์
จะทำให้ทวีตเตอร์ไหม้ได้

ส่วนลำโพงแอคทีฟมอนิเตอร์นั่น แอมป์จะถูกเลือกมาให้เรียบร้อย และถูกติดตั้งมาในตู้ลำโพง คุณเพียงแค่เชคระดับสัญญาณเอาท์พุทในซาวนด์การ์ด (-10 หรือ +4 DB ) และการเชื่อมต่อกับซาวนด์การ์ด ก็ควรจะเป็นแบบ Balanced เพราะแอคทีฟมอนิเตอร์จะมีความไวต่อสัญญาณรบกวนจากคอมพิวเตอร์ ถ้าใช้การเชื่อมต่อแบบ Unbalanced แต่ถ้าคุณสามารถต่อสัญญาณแบบดิจิตอลเข้ากับมอนิเตอร์ได้โดยตรง ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลในส่วนนี้

ปุ่มปรับความดังบนแอคทีฟมอนิเตอร์นั้น จุดประสงค์มีไว้เพื่อการปรับตั้งเท่านั้น ไม่ใช่สำหระบปรับความดังในการใช้งานประจำวัน ซึ่งคุณจะใช้
ปุ่มปรับความดังมอนิเตอร์จากออดิโอการ์ด หรือปุ่มบนหน้าจอแทน หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือการใช้อุปกรณ์ในการควบคุมมอนิเตอร์แยกต่างหาก
คุณไม่ควรใช้การปรับความดังจากมาสเตอร์เฟดเดอร์ในโปรแกรมซีเควนเซอร์ เพราะมันมีไว้สำหรับปรับระดับความดังเบาในการมิกซ์ขั้นตอนสุดท้าย
แล้วเราจะใช้มอนิเตอร์แบบไหนดีกว่ากัน
ไม่มีข้อสรุปตายตัว ว่ามอนิเตอร์ชนิดไหนดีกว่ากัน ถ้าเทียบในระดับราคาเดียวกันแล้ว ลำโพงพาสซีฟจะได้เปรียบกว่า เนื่องจากราคานั้นไม่รวมแอมป์เข้าไปด้วย ตลาดในปัจจุบัน มีมอนิเตอร์แบบแอคทีฟ มากกว่าพาสซีฟ เพราะประสิทธิภาพโดยรวมที่ได้ สามารถคาดเดาได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ามอนิเตอร์เนียร์ฟิล ไม่สามารถตอบสนองความถี่ต่ำได้ดีเท่ากับมอนิเตอร์แบบมิดฟัล และมอนิเตอร์หลัก ถ้าคุณต้อง
มิกซ์งานที่ให้ความสำคัญกับย่านความถี่ต่ำ คุณควรฟังตรวจสอบอีกครั้งกับระบบที่ตอบสนองเสียงได้ครบถ้วนก่อนบันทึกลง CD นะครับ
 
วิธีเลือกซื้อที่ดี
คุณไม่ควรเลือกซื้อมอนิเตอร์ โดยที่คุณยังไม่ได้ฟังอย่างละเอียด ดังนั้นควรหาร้านที่คุณสามารถฟังเปรียบเทียบได้ อย่าตัดสินมอนิเตอร์ที่รูปร่างหน้าตา สิ่งเดียวที่จะพิจารณาได้ คือตัวตู้ลำโพงที่ควรจะให้ความรู้สึกหนักแน่น ไม่มีเสียงโปร่งเหมือนกล่องเมื่อทำการเคาะ

มอนิเตอร์ไม่ควรฟังดูดีไปเสียหมด คุณต้องการเสียงที่แท้จริง และเป็นธรรมชาติ มอนิเตอร์ที่ดีจะช่วยให้ขั้นตอนการทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ใช่หลอกเสียงที่ไม่ดี ให้ฟังดูดีขึ้น แต่ถึงกระนั้น มอนิเตอรฺที่คุณฟังดูดี อาจจะฟังดูแย่สำหรับคนอื่นก็เป็นไปได้!

มอนิเตอร์จะให้เสียงที่แตกต่างเสมอ เมื่อนำกลับมาฟังที่บ้าน ถ้าคุณสนิทกับทางร้านมากพอ คุณก็สามารถนำกลับไปคืนที่ร้านได้ ถ้าหากลองฟังที่บ้านแล้ว ไม่ชอบใจ แต่มีข้อพึงระวัง คือทุกร้านไม่เอื้ออำนวยให้คุณเสมอไปนะครับ ดังนั้นคุณควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าให้มากพอ
ก่อนจะจ่ายตังนะ

การทดลองฟัง
ก่อนที่คุณจะไปซื้อลำโพงมอนิเตอร์ ให้เตรียมเพลงสำหรับการทดลองฟังไปด้วย
1. เพลงที่ชอบ คุณอาจจะฟังเพลงที่ชอบ จากหลาย ๆ ที่มากที่สุด และรู้ว่าแต่ละที่ มีลักษณะเสียงอย่างไร
2. เพลงที่มีเสียงร้องชัดเจน เราคุ้นเคยกับการฟังเสียงของมนุษย์มากกว่าเสียงอื่นใด ดังนั้นมันจะแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องของมอนิเตอร์ได้ดี
3. เพลงอคูสติค คนส่วนมากจะรับรู้เสียงจากเครื่องดนตรีอคูสติคได้โดยสัญชาตญาณ ดังนั้นเพลงอคูสติค จึงเป็นบททดสอบที่ดี
4. เพลงแดนซ์ที่มีเสียงครบทุกย่านความถี่ เพลงแดนซ์สมัยใหม่ มีช่วงเสียงที่กว้างเป็นพิเศษ ช่วงความถี่ตำควรจะฟังชัดเจน ไม่ทึบ และช่วงความถี่สูงที่ใสกระจ่าง โดยปกติหูคนเราจะมีความทรงจำที่ค่อนข้างสั้น การสัลบระหว่างมอนิเตอร์อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนกว่า ดังนั้นให้หาร้านที่สามารถเลือกฟังได้หลาย ๆ รุ่นนะครับ
การเซตอัพ ติดตั้งลำโพงมอนิเตอร์
ในส่วนของมอนิเตอร์ เริ่มจากการปรับระดับความสูงของขาตั้งมอนิเตอร์เพื่อให้จุดกึ่งกลางของตู้ลำโพง อยู่ระดับเดียวกับหูผู้ฟัง ในตำแหนงการนั่งฟังปกติ การวางมอนิเตอร์ตามแนวนอนนั้น คุณอาจจะต้องเลื่อนโต๊ะทำงานถอยหลังไปยังจุดกึ่งกลางของห้องเพื่อให้มอนิเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่ถูก หลังโต๊ะทำงาน นี่เป้นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะว่ามอนิเตอร์ไม่ควรวางชิดผนังห้อง ควรเว้นระยะห่างระหว่างมอนิเตอร์ กับผนังห้องประมาณ 6 นิ้วกับผนังในทุก ๆ ด้าน มิเช่นนั้นจะเกิดการตอบสนองเสียงเบสมากเกินไป

ระยะนั่งที่ถูกต้อง
เมื่อได้ระยะห่างที่ถูกต้องระหว่างมอนิเตอร์กับผนังแล้ว คุณอาจสงสัยว่า ระยะการนั่งที่ถูกต้อง ควรห่างจากมอนิเตอร์เท่าไหร่ดี ข้อนี้จะขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน แต่คนส่วนมากที่นั่งใกล้ จะทำให้ได้ยินเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อไปนั่งฟังกับห้องอื่น สำหรับมอนิเตอร์เนียร์ฟิล ระยะเหมาะสม คือ 4 ฟุต

สิ่งต่อไปที่ต้องคำนึง คือการปรับแต่งความกว้างของสนามเสียง(soundstage) กฎทั่วไป คือระยะห่างระหว่างลำโพงทั้งสอง ไม่ควรมากกว่าระยะห่างระหว่างศีรษะผู้ฟัง ไปยังลำโพง ถ้าคุณนั่งห่างจากลำโพง 4 ฟุต ลำโพงทั้งสอง ก็ไม่ควรห่างกันเกิน 4 ฟุต มิเช่นนั้นจะทำให้ได้เสียงที่กว้างเกินไป

สุดท้าย คือการปรับมุมของมอนิเตอร์แต่ละตัวให้พุ่งตรงมายังหูทั้งสองของเรา เพราะถ้าตำแหน่งการฟังไม่ตรงกับแนวลำโพง ก็จะทำให้มีโอกาสเกิดการสะท้อนของเสียงความถี่สูงที่ไม่ต้องการได้ มอนิเตอร์หลาย ๆ ตัว สามารถปรับเสียงจากปุ่มควบคุมด้านหลัง หรือการใช้ผ้าอัดลงไปใน
ท่อเสียงเบสได้ครับ

โดย: ยรรยง กนกโชติ (BlueMoon)

 

| Acoustic108 | Take me Home |

 




Acousticthai Copyright 2006 - 2010 All rights reserved
สงวนสิทธิ์เนื้อหาบนเวบไซด์ กรุณาแจ้งกับทีมงานอะคูสติกไทยก่อนนำไปเผยแพร่
สนใจลงโฆษณาสินค้า และบริการ
โทร. 083-189-6789
http://www.acousticthai.com & http://www.acousticthai.net