|
|
|
How
to Monitor
วิธีเลือกซื้อลำโพงมอนิเตอร์
|
| |
|
|
วิธีเลือกซื้อลำโพงมอนิเตอร์:
ถ้าคุณเป็นผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของการผลิตเพลง
คุณอาจสงสัยว่า ทำไมถึงต้องมีมอนิเตอร์
ในเมื่อคุณยังสามารถฟังจากลำโพงไฮไฟ
เช่นเดียวกับการฟังเพลงทั่ว ๆ ไปได้
ลองติดตามอ่านดู จะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้นนะครับ
ก่อนอื่นผมอยากให้คุณตอบคำถามเหล่านี้ว่า
คุณเคยพบกับเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่
ในการทำงานของคุณ
1.
ลำโพงไฮไฟของคุณที่มีอยู่สามารถรองรับเสียงที่มีระดับความดังมาก
ๆ ได้หรือไม่
ในยามที่คุณต้องการได้ยินความชัดเจนของเสียงเครื่องดนตรีในแต่ละชิ้นอย่างละเอียด
หรือแม้แต่ในยามที่เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน
แล้วเกิดเสียงดังมาก ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ
2. คุณเคยรู้สึกหรือไม่
ว่าเสียงที่ได้ยินจากลำโพงไฮไฟของคุณ
มันฟังดูไม่เข้าที่เข้าทาง
เหมือนมันยังวางไม่ถูกตำแหน่ง
3. และปัญหาที่ตามมาก็คือ
คุณรู้สึกยุ่งยากมากหรือไม่
ในการจัดลำโพงไฮไฟของคุณให้ลงตำแหน่งที่เหมาะสม
เพราะคุณก็ทราบดีว่าตำแหน่งที่ตั้งของลำโพง
มีความสำคัญต่อการได้ยินที่ดี
และยังมีผลต่องานของคุณด้วย
4. คุณจะยุ่งยากและสิ้นเหลืองค่าใช้จ่ายมากหรือไม่
หากต้องปรับสภาพแวดล้อมห้องทำงานของคุณให้สอดคล้องกับลำโพงและการได้ยิน
ผมเชื่อว่าคุณคงมีคำตอบในใจของคุณอยู่แล้ว
นี่คือปัญหาที่พบได้บ่อยในการทำงานในห้องบันทึกเสียงที่ใช้ลำโพงแบบทั่ว
ๆ ไป หลายคนคง
มีวิธีแก้ไขที่แตกต่างกัน แล้วแต่ความสามารถ
แต่สำหรับผมแล้ว
ผมมีวิธีแก้ไขปัญหาข้างต้นด้วยวิธีง่าย ๆโดยการเลือกใช้ลำโพงมอนิเตอร์เข้ามาใช้ในการทำงาน
เพราะปัจจุบันนี้
ลำโพงมอนิเตอร์ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อการทำงานด้านนี้โดยตรง
ทั้งด้านรูปทรงที่กระทัดรัด ใช้วัสดุที่ดีขึ้น
และฟังก์ชั่นที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างดี
และที่สำคัญราคาไมแพงอย่างที่คิด
ถึงตรงนี้
หลายคนคงอยากลองใช้ลำโพงมอนิเตอร์ในการทำงานบ้างแล้ว
แต่ก็อาจเกิดคำถามตามมาอีกว่า
แล้วลำโพงมอนิเตอร์แบบไหนล่ะ
ถึงจะเหมาะสมที่สุดในการทำงาน นั่งแหละ
คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณจะต้องศึกษาต่อไปจากนี้
ในการเลือกลำโพงมอนิเตอร์ที่คู่ควรกับคุณไงครับ
|
| |
|
|
ลำโพงมอนิเตอร์มี 3
รูปแบบ
1. มอนิเตอร์หลัก
มีไว้เพื่อเชคเสียงในย่านความถี่ต่ำได้ดี
แต่มันก็ไม่ใช่ของคนฟังดนตรีทั่วไป
และยังราคาสูงมาก แถมการติดตั้งก็ทำได้ยาก
เมื่อใช้งานเป็นเวลานานอาจเกิดการล้าของหูได้
ดังนั้นลำโพงมอนิเตอร์แบบนี้จึงไม่เป็นที่นิยมใช้กันมากนัก
แม้แต่ในห้องบันทึกเสียงระดับโลก ก็ใช้กันน้อย
2. มิดฟิลมอนิเตอร์
ออกแบบมาเพื่อลดความล้าในการทำงาน
แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม
แต่ยังมีข้อจำกัดของขนาด
ที่ใหญ่เกินไปสำหรับการทำงานในโฮมสตูดิโอ
3. เนียร์ฟิลมอนิเตอร์
ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง
ด้วยประสิทธิภาพในการทำงานที่ไม่ต่างกันมากนักกับมิดฟิลมอนิเตอร์
ขนาดของลำโพงจะมีขนาดเล็กกว่ามิดฟิล
และราคาไม่สูงมากนัก
|
|
|
จะเลือกใช้พาสซีฟ
หรือแอคทีฟมอนิเตอร์ดี
พาสซีฟมอนิเตอร์จะใช้การเชื่อมต่อแบบเดียวกับลำโพงไฮไฟ
นั่นคือการเลือกซื้อแอมป์ที่มีกำลังขับที่เท่ากัน
และเสียบเข้ากับซาวนด์การ์ด
จากนั้นใช้สายลำโพงคุณภาพสูงต่อลำโพงเข้ากับแอมป์
ถ้าแอมป์นั่นเข้ากันได้ดีกับลำโพงและซาวนด์การ์ดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่การเลือกแอมป์นั้นก็ยากพอ ๆ
กับการเลือกมอนิเตอร์
เพราะนอกจากสเปคจากโรงงานผู้ผลิตแล้ว
มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีกมากมาย
และเหนือสิ่งอื่นใด
ลำโพงมอนิเตอร์ที่ให้เสียงดีกับแอมป์ตัวหนึ่ง
อาจจะฟังไม่ได้เรื่องกับแอมป์อีกตัวก็ได้
และยังมีคำกล่าวที่ว่า
การเลือกใช้แอมป์ที่มีกำลังขับต่ำเกินไป
จะทำให้ลำโพงเสียหายได้มากกว่าใช้แอมป์ที่มีกำลังขับสูง
เพราะเสียงแตกจากแอมป์
จะทำให้ทวีตเตอร์ไหม้ได้
ส่วนลำโพงแอคทีฟมอนิเตอร์นั่น
แอมป์จะถูกเลือกมาให้เรียบร้อย
และถูกติดตั้งมาในตู้ลำโพง คุณเพียงแค่เช็คระดับสัญญาณเอาท์พุทในซาวนด์การ์ด
(-10 หรือ +4 DB ) และการเชื่อมต่อกับซาวนด์การ์ด
ก็ควรจะเป็นแบบ Balanced
เพราะแอคทีฟมอนิเตอร์จะมีความไวต่อสัญญาณรบกวนจากคอมพิวเตอร์
ถ้าใช้การเชื่อมต่อแบบ Unbalanced
แต่ถ้าคุณสามารถต่อสัญญาณแบบดิจิตอลเข้ากับมอนิเตอร์ได้โดยตรง
ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลในส่วนนี้
ปุ่มปรับความดังบนแอคทีฟมอนิเตอร์นั้น
จุดประสงค์มีไว้เพื่อการปรับตั้งเท่านั้น
ไม่ใช่สำหระบปรับความดังในการใช้งานประจำวัน
ซึ่งคุณจะใช้
ปุ่มปรับความดังมอนิเตอร์จากออดิโอการ์ด
หรือปุ่มบนหน้าจอแทน หรืออีกทางเลือกหนึ่ง
คือการใช้อุปกรณ์ในการควบคุมมอนิเตอร์แยกต่างหาก
คุณไม่ควรใช้การปรับความดังจากมาสเตอร์เฟดเดอร์ในโปรแกรมซีเควนเซอร์
เพราะมันมีไว้สำหรับปรับระดับความดังเบาในการมิกซ์ขั้นตอนสุดท้าย
|
|
|
แล้วเราจะใช้มอนิเตอร์แบบไหนดีกว่ากัน
ไม่มีข้อสรุปตายตัว ว่ามอนิเตอร์ชนิดไหนดีกว่ากัน
ถ้าเทียบในระดับราคาเดียวกันแล้ว
ลำโพงพาสซีฟจะได้เปรียบกว่า
เนื่องจากราคานั้นไม่รวมแอมป์เข้าไปด้วย
ตลาดในปัจจุบัน มีมอนิเตอร์แบบแอคทีฟ
มากกว่าพาสซีฟ เพราะประสิทธิภาพโดยรวมที่ได้
สามารถคาดเดาได้ง่ายกว่า
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ามอนิเตอร์เนียร์ฟิล
ไม่สามารถตอบสนองความถี่ต่ำได้ดีเท่ากับมอนิเตอร์แบบมิดฟัล
และมอนิเตอร์หลัก ถ้าคุณต้อง
มิกซ์งานที่ให้ความสำคัญกับย่านความถี่ต่ำ
คุณควรฟังตรวจสอบอีกครั้งกับระบบที่ตอบสนองเสียงได้ครบถ้วนก่อนบันทึกลง
CD นะครับ |
| |
วิธีเลือกซื้อที่ดี
คุณไม่ควรเลือกซื้อมอนิเตอร์
โดยที่คุณยังไม่ได้ฟังอย่างละเอียด
ดังนั้นควรหาร้านที่คุณสามารถฟังเปรียบเทียบได้
อย่าตัดสินมอนิเตอร์ที่รูปร่างหน้าตา
สิ่งเดียวที่จะพิจารณาได้
คือตัวตู้ลำโพงที่ควรจะให้ความรู้สึกหนักแน่น
ไม่มีเสียงโปร่งเหมือนกล่องเมื่อทำการเคาะ
มอนิเตอร์ไม่ควรฟังดูดีไปเสียหมด
คุณต้องการเสียงที่แท้จริง และเป็นธรรมชาติ
มอนิเตอร์ที่ดีจะช่วยให้ขั้นตอนการทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง
ไม่ใช่หลอกเสียงที่ไม่ดี ให้ฟังดูดีขึ้น
แต่ถึงกระนั้น มอนิเตอรฺที่คุณฟังดูดี
อาจจะฟังดูแย่สำหรับคนอื่นก็เป็นไปได้!
มอนิเตอร์จะให้เสียงที่แตกต่างเสมอ
เมื่อนำกลับมาฟังที่บ้าน
ถ้าคุณสนิทกับทางร้านมากพอ
คุณก็สามารถนำกลับไปคืนที่ร้านได้
ถ้าหากลองฟังที่บ้านแล้ว ไม่ชอบใจ
แต่มีข้อพึงระวัง
คือทุกร้านไม่เอื้ออำนวยให้คุณเสมอไปนะครับ
ดังนั้นคุณควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าให้มากพอ
ก่อนจะจ่ายตังนะ
การทดลองฟัง
ก่อนที่คุณจะไปซื้อลำโพงมอนิเตอร์
ให้เตรียมเพลงสำหรับการทดลองฟังไปด้วย
1. เพลงที่ชอบ คุณอาจจะฟังเพลงที่ชอบ จากหลาย ๆ
ที่มากที่สุด และรู้ว่าแต่ละที่
มีลักษณะเสียงอย่างไร
2. เพลงที่มีเสียงร้องชัดเจน
เราคุ้นเคยกับการฟังเสียงของมนุษย์มากกว่าเสียงอื่นใด
ดังนั้นมันจะแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องของมอนิเตอร์ได้ดี
3. เพลงอคูสติค
คนส่วนมากจะรับรู้เสียงจากเครื่องดนตรีอคูสติคได้โดยสัญชาตญาณ
ดังนั้นเพลงอคูสติค จึงเป็นบททดสอบที่ดี
4. เพลงแดนซ์ที่มีเสียงครบทุกย่านความถี่
เพลงแดนซ์สมัยใหม่ มีช่วงเสียงที่กว้างเป็นพิเศษ
ช่วงความถี่ตำควรจะฟังชัดเจน ไม่ทึบ
และช่วงความถี่สูงที่ใสกระจ่าง
โดยปกติหูคนเราจะมีความทรงจำที่ค่อนข้างสั้น
การสัลบระหว่างมอนิเตอร์อย่างรวดเร็ว
จะช่วยให้เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนกว่า
ดังนั้นให้หาร้านที่สามารถเลือกฟังได้หลาย ๆ
รุ่นนะครับ |
|
|
การเซตอัพ
ติดตั้งลำโพงมอนิเตอร์
ในส่วนของมอนิเตอร์
เริ่มจากการปรับระดับความสูงของขาตั้งมอนิเตอร์เพื่อให้จุดกึ่งกลางของตู้ลำโพง
อยู่ระดับเดียวกับหูผู้ฟัง ในตำแหนงการนั่งฟังปกติ
การวางมอนิเตอร์ตามแนวนอนนั้น
คุณอาจจะต้องเลื่อนโต๊ะทำงานถอยหลังไปยังจุดกึ่งกลางของห้องเพื่อให้มอนิเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่ถูก
หลังโต๊ะทำงาน นี่เป้นเพียงส่วนหนึ่ง
เพราะว่ามอนิเตอร์ไม่ควรวางชิดผนังห้อง
ควรเว้นระยะห่างระหว่างมอนิเตอร์
กับผนังห้องประมาณ 6 นิ้วกับผนังในทุก ๆ ด้าน
มิเช่นนั้นจะเกิดการตอบสนองเสียงเบสมากเกินไป
ระยะนั่งที่ถูกต้อง
เมื่อได้ระยะห่างที่ถูกต้องระหว่างมอนิเตอร์กับผนังแล้ว
คุณอาจสงสัยว่า ระยะการนั่งที่ถูกต้อง
ควรห่างจากมอนิเตอร์เท่าไหร่ดี
ข้อนี้จะขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน
แต่คนส่วนมากที่นั่งใกล้
จะทำให้ได้ยินเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติ
เมื่อไปนั่งฟังกับห้องอื่น
สำหรับมอนิเตอร์เนียร์ฟิล ระยะเหมาะสม คือ 4 ฟุต
สิ่งต่อไปที่ต้องคำนึง
คือการปรับแต่งความกว้างของสนามเสียง(soundstage)
กฎทั่วไป คือระยะห่างระหว่างลำโพงทั้งสอง
ไม่ควรมากกว่าระยะห่างระหว่างศีรษะผู้ฟัง
ไปยังลำโพง ถ้าคุณนั่งห่างจากลำโพง 4 ฟุต
ลำโพงทั้งสอง ก็ไม่ควรห่างกันเกิน 4 ฟุต
มิเช่นนั้นจะทำให้ได้เสียงที่กว้างเกินไป
สุดท้าย
คือการปรับมุมของมอนิเตอร์แต่ละตัวให้พุ่งตรงมายังหูทั้งสองของเรา
เพราะถ้าตำแหน่งการฟังไม่ตรงกับแนวลำโพง
ก็จะทำให้มีโอกาสเกิดการสะท้อนของเสียงความถี่สูงที่ไม่ต้องการได้
มอนิเตอร์หลาย ๆ ตัว
สามารถปรับเสียงจากปุ่มควบคุมด้านหลัง
หรือการใช้ผ้าอัดลงไปใน
ท่อนเสียงเบสได้ครับ
โดย:
ยรรยง กนกโชติ (BlueMoon) |