Artist Biography
 
 John Denver
 
John Denver  เกิดเมื่อ 31 December 1943 (ซึ่งเป็นปีเดียวกัน กับ Jim Croce) ณ ที่ Rosewell, New Mexico ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่นัก ครอบครัวของ John ไม่ค่อยจะได้อยู่เป็นหลักแหล่งนัก เนื่องจากพ่อของเขารับราชการ (เป็นทหาร) จึงจะต้องโยกย้ายไปเรื่อยๆ ตามคำสั่งของทางการ

สมัยเด็กๆ
John มีนิสัยชอบที่จะเก็บตัวและขี้อาย "แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนได้" ในเวลาช่วงภายหลังต่อมา เมื่อยัง
วัยเด็ก
ย่าเห็น John ดูไม่ร่าเริง จึงได้พยายามหาอะไรต่ออะไรให้เขาได้ทำ วันหนึ่งย่าของ John จึงได้ซื้อ Acoustic Guitar ให้กับเขา เขาชอบมันและหยิบมันมาเล่นอยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่ประสีประสาอะไร แต่นี่ก็เป็นเพียงไม่กี่อย่างที่ John ทำได้ในเวลานั้น
ทาง
บ้าน John มองเห็นว่าเขาชอบที่จะเล่น Acoustic Guitar จึงได้ตัดสินใจส่ง John เข้าไปเรียนในสถาบันดนตรี JOHN เรียนได้อย่างรวดเร็ว และไม่นานนักเขาก็สามารถเล่น Acoustic Guitar ได้อย่างดี และ JOHN ก็เล่นมันได้ไพเราะ นี่ก็คือจุดเริ่มต้นในความเป็น John และดนตรีของ John ตั้งแต่นั้นมา

เพื่อนๆ ที่โรงเรียนชอบให้ JOHN เล่น Acoustic Guitar และร้องเพลงให้ฟัง และจากวันนั้น เขาก็มักจะหอบหิ้ว Acoustic Guitar ไปด้วยเสมอๆ เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา
 

JOHN มีบุคลิก และนิสัยที่เปลี่ยนไป จากเคยเก็บตัว ไม่ค่อยพูดคุย ขาดความมั่นใจ ก็เปลี่ยนเป็นคนที่มีความเชื่อมั่น และมีนิสัยสนุกสนานร่าเริงและเพราะด้วยความมุ่งมั่น และความมีพรสวรรค์ของเขา JOHN ได้มีโอกาส เข้าไปเล่นในร้านอาหาร ชื่อ "Lead betters" และในคืนแรกที่เขาได้ทำการแสดง เขาทำมันได้ดีมากจนผู้คนในร้านต่างพากันปรบมือ โห่ร้องชอบอกชอบใจ ทางร้านจึงให้ JOHN เซ็นสัญญาเล่นประจำกับทางร้าน

ขณะที่
JOHN ได้เล่นดนตรีอยู่ในร้าน เขาก็เหมือนกันกับนักดนตรีคนอื่นๆ ที่มักจะนำเอาบทเพลงที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น มาร้องและเล่น
แต่ขณะเดียวกัน
เขาก็ได้นำบทเพลงที่เขาได้เขียนไว้ มาเล่นและร้องไปด้วย และมันก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนเขาเองเริ่มมีความคิดว่า
"วันหนึ่งเขาจะต้องออก ALBUM" ของตัวเองให้ได้ และต่อมาไม่นานนัก โอกาสอันดีของเขาก็มาถึง...
 
JOHN ได้ข่าวว่า Chad Mitchell หนึ่งในสมาชิกของวง Trio ได้ลาออกจากวง JOHN ไม่ยอมทิ้งโอกาสนี้ไป เขารีบติดต่อ และส่งเพลง Demo ไปให้กับวง Trio เพื่อคัดเลือก หลังจากวง Trio ได้ฟังก็รู้สึกชอบในฝีมือของ JOHN ต่อมาทางวง Trio ได้ส่งจดหมายเรียก JOHN เพื่อให้เขาเข้ามาใน New York, JOHN ตัดสินใจเดินทางไปตามคำชวนนั้ทันที

และ ณ ที่แห่งนี้เอง ที่ทำให้
JOHN ได้มีโอกาสเติบโตและรุ่งโรจน์ ในถนนดนตรี มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเขา JOHN ได้ประสบการณ์มากมาย ในช่วงที่ได้อยู่กับวง Trio เขาได้เล่นอยู่กับวง Trio หลายปี จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง..? เกิดปัญหาขึ้นในวง John จึงตัดสินใจลาออกจากวง แต่ในขณะช่วงเวลานั้นเอง JOHN ก็ได้แต่งเพลงไว้หลายเพลง เขามีแผนการล่วง หน้าไว้แล้ว ว่าวันหนึ่งเขาจะทำ Album เป็นของตนเอง

JOHN เล่าว่า เขาแอบตั้งชื่อให้กับตัวเอง เพื่อใช้เป็นชื่อเรียกในการออก Album และในที่สุด
เขาก็เจอชื่อที่เหมาะสมกับเขา
DENVER เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เขาได้เคยมีโอกาสไปเล่นดนตรี JOHN ตกลงใช้ชื่อนี้ ต่อท้ายชื่อจริงของเขา ตั้งแต่นั้นมา ชื่อ John Denver
ก็เป็นที่รู้จักกันทั่วไป

เริ่มแรก
JOHN DENVER เป็นที่รู้จักในฐานะนักแต่งเพลง และต่อมาในปี 1969 JOHN DENVER ได้มีโอกาสเซ็นสัญญากับ ค่ายเพลง RCA
ละก็ได้ออกผลงานเพลงชุดแรกภายใต้ชื่อ Album "Rhymes and Reasons" ซึ่งได้รับการตอบรับดีทีเดียว JOHN DENVER ตระเวนออกแสดง Concert บ่อยครั้ง และในบางครั้งต้องออกรายการทีวี เพื่อแสดงและสัมภาษณ์ ในขณะที่เขาพอมีเวลาว่าง เขา
ก็จะเขียนเพลง,
JOHN DENVER ตั้งใจจะออก Album ให้ได้อย่างน้อยปีละ 2 ชุด และผลงานชุดต่อ มาของ JOHN DENVER ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีมาตลอด เขาประสบความสำเร็จในผลงาน Album เพลงแต่เขากลับไม่ค่อยจะสู้ดีนักในเรื่องของ "ความรัก" หลังจากที่ JOHN DENVER ได้ประสบกับความสำเร็จในผลงานอัลบัม เขาก็มีโอกาสได้เจอกับ "Annie" และได้ตัดสินใจแต่งงานกับ Annie ในเวลาต่อมาก.  

JOHN DENVER เคยเขียนเพลงให้กับ Annie ซึ่งผู้เขียนคิดว่าหลายๆ ท่านก็คงคุ้นเคยกับบทเพลงนี้เป็นอย่างดี นั่นคือบทเพลงที่ชื่อว่า “Annie’s song” เป็นบทเพลงที่จอห์นตั้งใจเขียนเป็นพิเศษให้กับ Annie ซึ่งเป็นบทเพลงที่เกี่ยวกับการปรารถนาที่จะได้อยู่เคียงข้างกับคนที่รัก และต่อมาบทเพลง Annie’s song
ก็โด่งดังมาก สามารถขึ้น billboard chat ในปี 1974 และถือเป็นบทเพลงหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักจอห์นมากขึ้น
 
หากบทเพลงอย่าง Take me home Country road เป็นเสมือนสัญญาลักษณ์ของ John Denver
ผู้เขียนก็คิดว่า
"บทเพลง Annie’s song" ก็น่าจะเป็นอีกบทเพลงที่น่าจะเป็นเสมือนสัญญาลักษณ์ของ John Denver ได้เช่นกัน

บทเพลง
Annie’s song ได้รับความนิยมชมชอบอย่างสูง ชนิดแบบที่ JOHN DENVER เองก็ไม่ทันตั้งตัว แต่ไม่ว่าบทเพลงที่เขาเขียนให้กับ Annie นั้น จะหวาน ซาบซึ้ง หรือโดนใจใครทั้งโลกมากขนาดไหน แต่สำหรับ Annie แล้ว อาจจะไม่ใช่! และสุดท้าย ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจจะประสานรอยร้าว ระหว่างเขาและ Annie ได้ ในที่สุด... เขาทั้งสอง ก็จำต้องเดินแยกทางจากกัน (John ได้หย่ากับ Annie
ในปี 1983)

Annie ได้อยู่กินกับ JOHN จนกระทั้งถึงช่วงผลงาน  Album "Rocky mountain high" ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาที่เขาประสบกับความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในด้านงานเพลง 

ต่อมาในช่วงปี1985-1986  JOHN DENVER  ได้มีโอกาสรู้จักกับ Cassandra Delaney ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลีย Cassandra ได้มีโอกาสร้องเพลงรวมกับ JOHN และคบหาดูใจกัน แต่เขาก็ล้มเหลวในเรื่องของความรักอีกเช่นเคย ต่อมาไม่กี่ปีเขาทั้งสองก็แยกทางกัน อีก

ส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกกับงานเพลงของ
JOHN DENVER ก็คือ บทเพลงของ JOHN DENVER  มีไม่น้อยเลย ในการที่เขาจะได้กล่าวถึงธรรมชาติ และได้นำความเป็นธรรมชาติ มาปะปนอยู่ในบทเพลงของเขา อาจจะเพราะด้วยนิสัยของ JOHN ที่มีนิสัยรักในธรรมชาติของเขา เช่น บทเพลงอย่าง "Rocky mountain High" เป็นต้น
และผู้เขียนยังรู้สึกด้วย
อีกว่า ความสำเร็จในบทเพลงของ John Denver นั้น คงเป็นเพราะ JOHN DENVER ได้เขียนบทเพลง และทำท่วงทำนองดนตรี ได้เข้ากับสภาวะแวดล้อม และเข้าถึง วิถีความเป็นอยู่ ของอเมริกันชนในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผลงานของเขา
ก็ไม่ใช่แค่เพียงจะประสบความสำเร็จ แค่ในหมู่อเมริกันชน
เท่านั้น แต่ในต่างประเทศอย่างเช่น รัสเซีย(ในสมัยนั้น) จีน ฯลฯ หรือไม่เว้นแต่ประเทศไทยของเรา JOHN ก็มีแฟนเพลงที่ชื่นชอบและรักในบทเพลงของเขาอยู่ไม่น้อย คงไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่า คอเพลง Acoustic/Folk ในช่วงยุค '70 ในบ้านเรานั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบทเพลงของ John Denver
ผู้เขียนได้ฟัง JOHN DENVER ร้องเพลงครั้งแรกๆ ก็ทำให้นึกถึงศิลปินที่ร้องเพลงลูกทุ่งในบ้านเรา
ในสมัยก่อน เพราะหากฟังดีๆ แล้ว จะเห็นได้ว่า
JOHN DENVER
จะร้องเพลงแบบมี
ลูกคอ และมีหางเสียงยาว ผู้เขียนคิดว่า นี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของความเป็น
John Denver ถ้านึกไม่ออกก็ให้ลองหาบทเพลงอย่าง I’m Sorry หรือ  Annie’s song มาฟัง รับรองว่าจะได้ยินชัดเจนมาก (ผู้เขียนพยายามร้องแต่ไม่ประสบความสำเร็จ) ผู้เขียนเคยมีโอกาสได้รู้จักกับพี่ชายของเพื่อน (พี่เดช "Mr. Aspengrow") ที่เป็นรุ่นพี่คนหนึ่ง (พี่โอ่ง Mr. John) ช่วงนั้นเป็นช่วงลาหยุดพักผ่อนของเขา พี่เดชจึงกลับมาพักผ่อนที่ BKK. (ซึ่งปกติเขาจะทำงานอยู่ที่ U.S.A.) ผู้เขียนเลยเดินทางไปเยี่ยมเยียน เพราะได้ยินจากพี่โอ่งว่า พี่ชายของพี่ เขาชอบ “JOHN DENVER” มาก เขามีความสามารถทั้งร้องและเล่น บทเพลงของ JOHN DENVER ได้ดีมาก หลักจากที่เราพูดคุยกันไม่นานนัก พี่ชายเพื่อนก็หยิบ Acoustic Taylor  814C ขึ้นมา แกเริ่มร้องบทเพลง I’m Sorry และตามด้วย This Old Guitar ต่อด้วย Annie’s song ฯลฯ ผู้เขียนรู้สึกอุทานในใจ... ทั้งน้ำเสียง, สำเนียง และลูกคอ ลูกเอื้อน ที่เป็นเอกลักษณ์ของ John Denver แกก็ COPY ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
 
นึกแล้วก็ยังเสียดาย ที่ผู้เขียนไม่ได้ติดเครื่องเล่น Midi MD ไปด้วย มิเช่นนั้น ผู้เขียนก็คงได้มีโอกาสบันทึกไว้ พี่เดชร้องเพลง John Denver ได้แบบไม่ต้องดูเนื้อ ดูคอร์ด ประมาณราวๆ สัก 40-50 เพลง!!! ซึ่งมีหลายๆ บทเพลง ที่ผมยืนยันได้ว่า "นี่สิของจริง" ที่มีบางคนบอกว่า คนนั้นคนนี้ เป็นตัวแทนของ JOHN DENVER ในเมืองไทยนั้น ผู้เขียนก็ได้รู้ได้ฟังมาบ้าง และสำหรับผู้เขียนแล้ว คนๆ นี้ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สามารถเป็น John Denver เมืองไทยได้ อย่างชนิดที่เรียกว่า "หาผู้เทียบเทียมได้ยากเช่นกัน" วันนั้นที่ผู้เขียนมีโอกาสฟังพี่ชายเพื่อนร้องเพลงของ John Denver ยิ่งทำให้คิดถึง John Denver มากขึ้น หลังจากกลับมาถึงห้อง ก็ต้องมานั่งเปิดบทเพลงของ John Denver ฟังต่อ เนื่องจากรู้สึกว่า "ตัวเองอารมณ์ค้าง?!"
 

บทเพลงแรกๆ ที่ John Denver ได้ลงมือเขียน นั้นคือบทเพลง "Leaving on a jet plane" และบทเพลงนี้เอง ก็เป็นบทเพลงที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ ได้รู้จักเขาเป็นอย่างดีขึ้น ซึ่งนับเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ และงดงาม มากถึงขนาดที่ Peter Paul and Mary เคยได้นำเอาบทเพลง Leaving on a jet plane นี้ ไปบรรจุไว้ใน Album ของ Peter Paul and Mary และบทเพลงนี้ก็ยังได้ถูกนำไปเป็นบทเพลงประกอบภาพยนตร์มาแล้วมากมายหลายต่อหลายเรื่อง สำหรับในเมืองไทยแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ก็คงจะรู้จัก John Denver ผ่านบทเพลง อย่าง Take me home country road, Leaving on the jet plane หรือไม่ก็เพลงอย่าง Annie’s song เป็นส่วนใหญ่

 

ค.ศ. 1997 ตอนเช้าวันนั้น ผู้เขียนยังจำได้แม่นยำว่า ตัวเองรู้สึกตกใจ และสะเทือนใจมาก เพราะข่าวบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับ ได้ลงข่าวถึงการจากไป "อย่างไม่  มีวันกลับมา"
ของ JOHN DENVER ผู้เขียนเกิดอาการมึนงง, รู้สึกตกใจ และโศกเศร้าใจกับข่าวที่ปรากฏขึ้น
ถึงแม้ว่า
John Denver จะไม่ใช่ศิลปินที่ผู้เขียนรู้สึก Crazy มากๆ อย่างเช่น Jim Croce แต่ John Denver ก็นับเป็นศิลปินอีก
คนหนึ่งที่อยู่ในใจของผู้เขียน ผู้เขียนรักในบทเพลงของเขา

ผู้เขียนรู้สึกมีความสุขในทุกๆ ครั้ง ที่ได้มีโอกาสฟังบทเพลง หรือดูการแสดงของเขา และนี่คือการเสียใจต่อการสูญเสียของผู้คนทั้งโลกที่ศรัทธาต่อตัวของศิลปินผู้นี้

John Denver เสียชีวิตเมื่อ October 12, 1997 at 5:57 pm
โดยอุบัติเหตุทางเครื่องบินตก ณ
 Monterey Bay, California, USA. ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุรวม 53 ปี
 

John Denver ลาจากโลกนี้ไป ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก (เช่นเดียวกับ Jim Croce) โดยที่ตัวของเขาเอง เป็นผู้ที่บังคับเครื่องบินด้วยตัวเอง ความหวังในการที่จะเป็นนักบิน และการที่จะได้บินไปรอบๆ โลก ก็นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ John Denver วาดหวังไว้

เพราะตอนช่วงวัยเด็กนั้น John Denver ด้เห็นพ่อของเขาใช้ชีวิตอยู่กับการบิน John Denver จึงรู้สึกผูกพันธ์ และยังเคยคิดฝันไว้ว่า "วันหนึ่ง... เขาอยากจะเดินตามรอยเท้าของพ่อเขา"
 

ผู้เขียนเชื่อว่า หากคุณย่าของเขา ไม่ซื้อ Acoustic Guitar Gibson ให้เขาซะก่อน เขาก็อาจจะกลายเป็นนักบินอย่างเต็มตัวไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทำความฝันนี้ ให้เป็นความจริงได้
กับการจากไปของ John Denver ด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบินตกในครั้งนี้ มาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า เครื่องบินของ John ตกเพราะอะไร?? บางคน บางเสียงกล่าวว่า John Denver ตั้งใจที่จะให้ทุกอย่างจบลงในแบบนี้ มันไม่ใช่อุบัติเหตุ!!?? ทุกวันนี้ ก็ยังคงหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ว่า สาเหตุที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร?
 

และนับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราสูญเสียบุคคลที่สำคัญ และมีคุณค่าต่อวงการเพลง ผู้เขียนจำได้ว่า
ผู้เขียนได้มีโอกาสฟังงานเพลงของ
John Denver ในช่วงที่ผู้เขียนมีอายุสักประมาณ 17- 18 ปี โดยผ่านบทเพลงอย่าง Annie’s song, Take me home country road, Today, Fly away, Follow me, For baby, Back home again เป็นต้น

ต่อมาเมื่อช่วงอายุ 20 ปี ผู้เขียนเริ่มมีโอกาสได้ซื้อเทปเพลงของ
John Denver ที่เป็นชุด Greatest Hits จึงได้มีโอกาสเปิดโลกแห่งเสียงเพลงของ John Denver มากขึ้น และตั้งแต่นั้นมา ผู้เขียนก็รู้สึกรักในผลงานเพลงของ John Denver มากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ และในทุกๆ ครั้ง ที่ได้ฟังบทเพลงอย่างเช่น This old guitar, Perhaps love, Dreamland express, I’m sorry, Rock mountain high, My sweet lady, Calypso, Looking for space,
หรือ Fly away ผู้เขียนก็จะรู้สึกสบายใจ และก็ร้องตามในทุกๆ ครั้ง ส่วนตัวของผู้เขียนชื่นชอบบทเพลง This Old Guitar มากที่สุด เพราะด้วยสาเหตุว่า บทเพลงนี้เป็นบทเพลงแรกๆ ของ John Denver ที่ผู้เขียนได้รู้จักและได้ฟัง
ทั้งชอบประโยค
ทั้งคำ และความหมายที่ John Denver ได้ถ่ายทอดออกมาผ่านบทเพลง "This Old Guitar"

ผู้เขียนมี
Acoustic Guitar ตัวแรก ที่ใช้เงินเก็บของตัวเองซื้อมาในราคา 800 บาท และเวลาต่อมาไม่เกิน 1 ปี ผู้เขียนได้ทำลายมันทิ้งด้วยเหตุบ้าๆ บอๆ ของเด็กคนหนึ่งในวันนั้น เมื่อใดที่ได้ฟังบทเพลง This Old Guitar ครั้งใด ก็จะรู้สึกคิดถึง Guitar ตัวนั้นขึ้นมาอย่างจับใจ เพราะมันเป็น Guitar ตัวแรกในชีวิต (ตอนนั้นผู้เขียนอายุประมาณ 17-18 ปี) และเพราะ Guitar ตัวนั้นล่ะ ที่ทำให้ผู้เขียนสามารถที่จะมีโอกาสได้เล่น Guitar เป็นอย่างทุกวันนี้ และในวันนี้... หากครั้งใดๆ ที่ได้มีโอกาสเปิดบทเพลง This old guitar ของ John Denver ฟัง ก็มักจะมีช่วงเวลาที่ให้คิดถึง Guitar ตัวแรกของตัวเอง ถ้าหากใครเคยมี Guitar ตัวแรก และหากวันนี้มันไม่อยู่แล้ว ท่านก็ลองเปิดบทเพลง This old guitar ฟังดู อยากจะรู้ว่าท่านๆ จะมีความรู้สึกแบบผู้เขียนบ้างหรือไม่   

 

This old guitar taught me to sing a love song

กีตาร์ตัวเก่าตัวนี้ล่ะ ที่สอนให้ฉันได้ร้องเพลงรัก

To showed me how to laugh and how to cry

สอนฉันให้หัวเราะ และร้องไห้

It introduced me to some friends of mine, 

แนะนำตัวฉันกับเพื่อนๆ

And brightened up some days

และทำให้บางวันของฉันได้สดใส

And it helped me make it through some lonely nights

และช่วยทำให้บางค่ำคืน ที่แสนจะเปลี่ยวเหงาของฉัน ผ่านพ้นไป


This old guitar เป็นบทเพลงที่ John Denver คร่ำครวญรำพันถึง Guitar ตัวเก่าตัวนี้ (This old guitar) ที่ได้นำพาสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิตเขา John Denver เคยเล่าให้ฟังว่า ตัวเขาแต่งเพลงนี้ให้กับ Acoustic Guitar ตัวโปรดของเขา (Gibson 1910) ที่ได้หายไป แต่วันหนึ่งเขาก็ได้เจอมัน (หลังจากที่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเอาไปไว้ไหน) จึงได้แรงบันดาลใจในการแต่งบทเพลง This Old Guitar โคลงเรื่องใน This old guitar จึงเป็นเนื้อความที่เสมือนว่า เขาได้คุยกับกีต้าร์ของตัวเอง

ก็นับว่าเป็นโชคดี และเป็นจังหวะที่ดี ที่ทำให้เราได้มีโอกาสฟังบทเพลงที่สุดจะไพเราะอีกบทเพลงหนึ่งของ John Denver

 

John Denver เป็นผู้ที่สามารถนำแนวทางดนตรีในแบบ Folk , Country, Pop, Rock มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นแนวเพลงของตัวเอง หลายๆ บทเพลงของเขา มักจะมีกลิ่นไอของความเป็นชนบท ไม่ว่าจะเป็นการสื่อถึงวิถีชีวิตของผู้คน และธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ บางครั้งที่ได้ฟังบทเพลงของเขา ก็อาจจะเผลอนึกไปว่า ตัวเองกำลังอยู่บน Rocky mountain หรืออยู่บนเรือ Calypso หรือบางครั้งก็คิดว่า เรากำลังอยู่กลางทุ่งหญ้าที่เขียวขจี บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยง และเมื่อมองไปไกลๆ ก็จะมีภูเขาอยู่รอบๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ผู้เขียนรู้สึกกับบทเพลงของ John Denver ได้ขนาดนั้นจริงๆ

John Denver เป็นบุคคลหนึ่ง ที่ได้รับรางวัลมากมายจากผลงานเพลง และผลงานของการอุทิศทั้งทรัพย์ และเวลา ให้กับการอนุรักษ์ ช่วยเหลือ และปกปักรักษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ John ทำมายาวนาน ด้วยจิตใจที่รักในธรรมชาติ เราจะสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่า บทเพลงของ John มักที่จะต้องกล่าวรำพึงถึงธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งในงานเพลงของ John Denver
 

John Denver เขียนบทเพลงที่พยายามที่จะทำให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้โดยไม่เบียดเบียน ซึ่งกันและกัน เขาพยายามจะทำให้ผู้คนรักในธรรมชาติ และพร้อมที่จะปกป้องธรรมชาติ

John Denver เขียนบทเพลงให้ผู้คนรู้สึกว่า ความรักกำลังวิ่งวนอยู่รอบๆ ตัวเรา แม้ว่าในขณะนั้น เราจะไม่มีใครเลยที่อยู่เคียงข้างกาย แต่บทเพลงของเขาก็ทำให้เราคลายเหงาได้

John Denver เขียนบทเพลงที่ทำให้ผู้คนคิดถึงท้องถิ่นบ้านเกิด คิดถึงวิถีชีวิตในชนบท ในแบบเรียบง่าย โดยไม่ให้หลงระเริงไปกับสังคมเมือง

และ John Denver ก็เขียนเพลงที่ทำให้เราไม่มีวันที่จะลืมเขาไปได้ ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มี John Denver อยู่ในโลกนี้แล้วก็ตาม แต่บทเพลงของเขาก็ยังจะคงอยู่กับเราตราบเท่าที่เรายังจะรัก
และชื่นชม
ในบทเพลงของเขา
 


และไม่ว่าจะอย่างไร ผู้เขียนก็เชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่า
บทเพลงของ John Denver จะยังมั่นคงอยู่บนโลกใบนี้ ไปตราบนานเท่านาน
ด้วยความระลึกถึง “JOHN DENVER” ตลอดไป

by Mr. Jim
since 2005



> คลิก เพื่อกลับหน้าหลัก

 

 ประชาสัมพันธ์ข่าวงาน Acousticthai Meeting - Tribute John Denver, Simon & Garfunkel คลิกอ่านต่อ