|
Acousticthai : แล้วเริ่มสนใจที่จะเลือกเล่นเพลงของศิลปิน อย่างเช่น America,
CSN, Simon & Garfunkel หรือดนตรียุค 1970 ได้อย่างไร
เขี้ยว
:
มันค่อยๆ ซึมซับมาครับ
ก็จากรุ่นพี่อย่างพี่
POP พี่กฤษ (วงพรรณนา) เห็นเขาเล่นแล้วก็รู้สึกชอบ
เพลงพวกนี้มีความซับซ้อนมาก ทั้งเสียงประสาน ทั้งภาคดนตรี
แล้วก็เริ่มต้นฟัง และก็พยายามแกะเพลงของเขาเพื่อเอามาเล่น ในครั้งแรกๆ
ที่ได้ฟังเพลงพวกนี้ ยังคิดไม่ออกว่ามันจะยากขนาดไหน แต่พอมานั่งแกะเอง
เพื่อที่จะนำเอามาเล่น ตรงนี้ล่ะ ถึงได้รู้ว่า มันยากมาก
มันมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด
ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง และได้รู้จักแนวเพลงแบบนี้
ก็จากการที่ได้ฟังรุ่นพี่ๆ เล่น อย่างเช่นเพลง
Sanibel, Just a song
before I go (ของ Crosby Still & Nash)
หรืออย่างเพลง A Horse with no name, I need you
หรือ Ventura Highway (ของ
America) ก็รู้สึกชอบ ตอนหลังก็พยายามที่จะหาเพลงอื่นๆ
มาฟังเพิ่มเติม พอได้ฟังมากขึ้น ก็เริ่มสนใจที่จะเล่นแบบจริงๆ จังๆ
แต่ว่าในครั้งแรกๆ จริงๆ นั้น (ที่ร้าน 13 เหรียญ)
มันเป็นเหตุการณ์จำเป็นที่ต้องเล่น (ซึ่งก็ยังไม่ได้ชอบมาก)
เพราะผมเล่นแทนเขา ซึ่งวงที่ผมได้เล่นแทนเขานั้น เขาก็เล่นแนวนี้กัน
และก็โชคดีที่รุ่นพี่ต่างๆ ก็ช่วยกันให้คำปรึกษา และแนะนำว่าต้องเล่นแบบไหน
ทุกอย่างในการการเริ่มต้นก็เลยสามารถก้าวข้ามผ่านมาได้
 |
Acousticthai : แล้วดนตรีแนวอื่นๆ ที่เล่น
มีบ้างไหมครับ หรือมีการนำเพลงมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ
style
ของเราบ้างไหมครับ
เขี้ยว
:
ก็นอกจากที่จะเล่นเพลงอย่างเช่นแนว
America,
Simon & Garfunkel, CSN, The Eagles
ก็ยังเล่นเพลงอื่นๆในยุค 1970
รวมไปถึงเพลงใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
หรือบางเพลงเราฟังแล้วมันน่าสนใจ ผมก็จะนำเอามาเล่น และหากถ้ามันไม่เป็น
Acoustic/Folk พอ (หมายถึงอาจจะแนว Pop,
Rock หรืออื่นๆ) ผมก็จะพยายามปรับให้มันเป็น
Acoustic/Folk เพื่อที่จะได้เหมาะกับ Style
ของวง
และนอกจากนั้นผมยังชอบที่จะหาเวลานั่งแกะเพลงอย่างของ Doc Watson
อย่าง Doc Watson
มันก็เริ่มจากการที่บังเอิญได้เห็นม้วน VDO ของ
Doc Watson ที่บ้านของรุ่นพี่ แล้วเขาก็บอกว่า
ศิลปินคนนี้เป็นคนตาบอด แต่เล่น Acoustic Guitar
ได้อย่างยอดเยี่ยม ผมจึงเกิดความสนใจทันที จึงลองเปิดดูแล้วก็เลยสนใจ
แล้วก็มานั่งแกะเพลงของเขาเล่น ก็เล่นได้ประมาณ 4-5 เพลง แต่แน่นอนครับ
สำหรับ
อาชีพนักดนตรีกลางคืน นอกจากจะเล่นเพลงที่เราชอบแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือ ต้องเล่นเพลงที่คนอื่นชอบด้วย ผมก็ต้องเล่นเพลงตามสมัยนิยม ก็ทั้งเพลงไทยและเพลงสากลสลับกันไปมา
ตามแต่ความเหมาะสม ของแต่ละสถานที่นั้นๆ
ดังนั้นที่วงเราก็จะมีความหลากหลายเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม
Style ของเราก็จะเป็น Acoustic/Folk
อีกอย่างสำหรับผมก็คือ ชอบที่จะนำเอาเพลงต่างๆ มาทำใหม่
|
ให้เป็นแนวที่ผมต้องการ คือ
มันเกิดจากความคิดที่เกิดจากความเบื่อก่อน
คือเบื่อที่จะต้องเล่นในแบบต้นฉบับ สำหรับนักดนตรีกลางคืนเนี่ย
ผมเชื่อว่าจะต้องผ่านจุดนี้มาด้วยกันทั้งนั้น
คืออารมณ์เบื่อเพลงที่ต้องถูกขอให้ร้องหรือเพลงที่ต้องเล่นบ่อยๆ
ดังนั้นพอเบื่อก็เลยเล่นให้มันต่างออกไปจากต้นฉบับ
ส่วนบางครั้งก็ไม่ได้เบื่อ แต่เกิดอารมณ์อยากจะเล่นสนุกกับเพลง
ก็ทดลองมาปรับรูปแบบให้ต่างไปจากต้นฉบับ ให้มาเป็นรูปแบบของเรา
อย่างเช่นเพลงของ พลพล ที่ชื่อเพลง
แค่มี
ผมก็จะนำมาปรับเปลี่ยนรูปแบบของการ Picking
ให้เป็นรูปแบบของการ Picking ใน Style
ของ
Paul Simon หรืออย่างเพลง
Leaving on a jet plane ของ John Denver
ผมก็จะเปลี่ยนให้มีจังหวะเร็วมากขึ้นมาหน่อย
Original เขา Picking
ผมก็เปลี่ยนมาเป็นวิธีการ Rhythm แทน
และยังมีอีกหลายเพลงทั้งเพลงไทย และสากล อย่างเช่นเพลง ที่ว่าง ของ
Pause , คืนจันทน์ ของ Loso,
อย่างเพลงสากลก็มี
I will survive, Wonderful tonight, Hotel California, The one your
love เป็นต้น
และก็มีอีกหลายๆ เพลง ซึ่งก็จะมีเพลงที่ทำออกมาแล้วรู้สึกชอบ
แต่บางเพลงก็รู้สึกไม่ชอบ เพลงไหนที่ไม่ชอบก็จะไม่เล่นอีก
แต่บางเพลงเล่นแล้วเราชอบ ทีมเราชอบ ใครๆ ฟังแล้วก็ชอบ ผมก็จะเล่นมันบ่อยๆ
แล้วก็จะกลายเป็นเพลงใน
Style ของเราไป เรียกว่าเอามาใช้ในโอกาสต่างๆ ได้บ่อยๆ
Acousticthai :
มีศิลปินวงใดบ้างครับ
ที่รู้สึกว่าเวลาที่จะต้องแกะเพลงของเขาเพื่อที่จะนำมาเล่น มีความยากลำบาก
เขี้ยว
:
ก็แทบทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น
CSN, The Eagles, Simon & Garfunkel
และอื่นๆ
แต่อย่าง
CSN ต้องบอกว่ายากมากๆ ทั้งเสียงประสานและภาคดนตรี
อย่างเช่นเพลง Déjà vu, Suite Judy Blue Eyes
เป็นต้น หรืออย่าง The Eagles ก็เช่นเพลง
New kid in town เป็นต้น Paul Simon
เนี่ย ต้องเล่น Picking
ให้แข็งแรง
ไม่งั้นไปไม่รอดแน่ๆ
Acousticthai : เวลาพักผ่อนในการฟังเพลง
ส่วนใหญ่จะเปิดฟังเพลงของศิลปินใด
เขี้ยว
:
ก็หลากหลายครับ
America,
Crosby Still Nash, Simon & Garfunkel, The Eagles, Eric Clapton หรือเพลง Pop
รุ่นใหม่ๆ ก้อมีครับ และก็แนวดนตรีที่เป็น Blue
อย่างเช่น BB KING ก็ชอบครับ
บางครั้งอยากจะฟังบรรเลงก็ฟัง Doc Watson
เป็นต้น
Acousticthai : ในฐานะที่มีประสบการณ์มาก่อน
ถ้าจะแนะนำเพื่อนๆ และน้องๆ รุ่นใหม่ๆ ที่มีความสนใจ
และอยากจะลองเล่นดนตรีในแนวนี้บ้าง อยากจะแนะนำอะไร
เขี้ยว
:
อย่างแรกเลย -
ก็คือ ต้องฟังให้มากๆ ครับ
สอง - ต้องขยันฝึก
สำหรับผมแนวดนตรีแบบ
Acoustic/Folk ทั้งการ Rhythm
และการ Picking ต้องแข็งแรงครับ
ต้องไม่ลืมว่าเรามีเพลง 3 ชิ้น ทุกอย่างมันชัด ถ้าผิดก็ฟังออกว่าผิด
สาม -
ก็ต้องพยายามเข้าหารุ่นพี่ๆ ที่มีประสบการณ์มาก่อน เพื่อจะได้รับคำแนะนำ
แต่ก็ต้องเลือกคบหากับคนที่ดี และมีความจริงใจนะครับ ถ้าเขาเป็นคนดี
มีความจริงใจ เราก็จะได้รับสิ่งดีๆ จากเขาก็จะเป็นประโยชน์ที่ดีกับเรามากๆ
ครับ
ข้อสุดท้าย - ต้องรู้จักฟังเมื่อมีคนทักครับ เช่น
เขาบอกว่า ตรงนี้มันยังไม่ใช่ มันยังผิด หรือมันยังไม่สมบูรณ์
เราก็ต้องกลับมานั่งทบทวน วิเคราะห์ดูว่าจริงไหม?
อย่าหัวแข็ง อย่าดื้อ อย่ามั่นใจจนไม่ฟังเสียงใครๆ เลย อย่ามั่นใจเกินไปว่า
เราแกะ เราเล่นออกมาดีแล้ว จะไม่ฟังใครทักเลย
คือเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ผมว่ามันเป็นการไม่ถูกต้อง
หากเราไม่รับฟังเสียงจากภายนอกบ้าง เราก็จะไม่มีวันที่จะได้อะไรๆ ใหม่ๆ
เข้ามา
เราต้องรับฟังและทบทวนต่อคำติชม
ครับ สำหรับผมก็จะมีหลักๆ ประมาณนี้ล่ะครับ ที่เป็นหลักในการคิด
ในการทำงานของผม
Acousticthai : ปัจจุบันเล่นดนตรีอยู่ที่ไหนบ้างครับ
เขี้ยว
:
ก็จะมีที่ร้าน
Green Terrace, Pensuk Great Western, Retro, Hooters,
ตะกูลกล้า, ใบเมี่ยง
สำหรับท่านที่ต้องการจะฟังเพลงในแนว
Acoustic Style 3 ชิ้น ก็สามารถรับฟัง พบปะ
พูดคุยกับเขี้ยว และเพื่อนๆของเขา บัง และลี้ (KBL Band)
ได้ตามร้านดังที่ได้กล่าวมานะครับ หรือติดต่อทางเบอร์ของวง
KBL หมายเลข 01-890-5482,
04-154-9572 และท่านยังสามารถ
Download
เพลงที่พวกเขาทั้งสามได้เล่นไว้ให้กับทางเวปฯ
ของเราได้ที่ Menu Music download ครับ
|