Artist Biography
 
 Muehleisen Maury (2)
 


Joe
รู้สึกที่งในความสามารถการแต่งเพลง และการขับร้องของ Maury อย่างยิ่ง จึงเสนอให้เขาทำ Demo tape ขึ้นมาและส่งไปหา Tommy West ซึ่งเป็น Producer อยู่ที่ New york และเป็นเพื่อนของ Joe, Joe มั่นใจว่า Tommy West และเพื่อนอีกคนที่ชื่อ Terry Cashman สามารถตัดสินใจได้ว่า Maury จะสามารถไปรอดได้หรือไม่

Maury ได้เริ่มการอัดเสียงในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนั้น และส่งชุดที่สมบูรณ์ไปที่ New york ในช่วงฤดูร้อน พวกเขาตั้งความหวังไว้สูง และได้รับการตอบรับที่ดี ภายในวันที่ 5 กันยายน ของปี 1969, Maury ได้เซ็นสัญญา แต่งเพลงกับ Blendingwell music และสัญญาอัดเสียงกับ Interrobang Productions โดยมี Joe salviuolo เป็นผู้จัดการส่วนตัว พวกเขาได้เริ่มลงมืออัดเสียงกันทันที ในช่วงเดือนต่อๆ มา Maury ต้องเที่ยวไปมาระหว่าง New york และการแสดงสดต่างๆ ใกล้ๆ บ้าน
 


พอปลายฤดูร้อนของปี
1970, Maury ได้แต่งเพลงมากพอที่จะทำ Album ของตัวเอง Joe จึงได้นัด Cashman and West ที่สำนักงานของเขา และ ณ ที่แห่งนี้ที่ Maury ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนอีกคนของพวกเขา และเป็นลูกศิษย์สถาบัน Villanova เช่นเดียวกันคือ "
Jim Croce" 

Jim และภรรยาเขาชื่อ Ingrid เพิ่งย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านที่ Pennsylvania หลังจากความผิดหวังในการออก Album ของเขาที่ New york ในปี
1969 (Jim & Ingrid Album) 
ความเป็นเพื่อนระหว่าง Maury กับ Jim เกิดขึ้นทันทีทันใด โดยลักษณะนิสัยที่อ่อน
โยนของทั้งสองทำให้ทั้งคู่เข้ากันได้อย่างดี 

Tommy, Terry รวมถึง Joe มีความเห็นตรงกันว่า Jim Croce น่าจะได้รับการปลอบใจจากเพื่อนๆ หลังจากที่ต้องผิดหวังกับ Album ตัวเอง จึงเสนอใน Jim เล่น back-up ให้กับ Muary ในช่วงที่ promote album ชุด "Gingerbread"  Jim ประทับใจกับผลงานของ Maury และได้เริ่มซ้อมเพื่อออกแสดงร่วมกันในอนาคต

นิตยสาร Billboard ได้ลงประกาศการออก Album "Gingerbread" ของศิลปินหน้าใหม่ชื่อ Maury โดยบริษัท Capital Records ในเดือนพฤศจิกายน 1970 Maury ได้ออกแสดงเดี่ยว และในบางโอกาสก็ได้ Jim มาร่วมเล่นดนตรีด้วย ในไม่ช้า Maury ได้กลายเป็นแขกประจำของบ้าน Jim กับ Ingrid ที่ Lyndell  พวกเขาทั้งสองใช้เวลาหลายๆ คืน ในการสนทนา ร้องเพลง แต่งเพลงของ Jim และฝันถึงอนาคตของเขาทั้งสอง
 


ในเดือนกุมภาพันธ์
1971 Jim ได้ส่งตัวอย่างเพลงใหม่ของเขาไปให้เพื่อนเขา (Tommy West) อาทิตย์ต่อมา Maury และ Jim เดินทางไป New York เพื่ออัดเพลงต่างๆ ที่เขาหวังว่าจะได้กลายเป็น Album ของ Jim ในที่สุด Album "You don’t mess around with Jim" LP ได้ออกจำหน่ายในเดือนเมษายน 1972 ในระหว่างที่ได้ออก Tour กับ Kenny Loggins และ Jim Messina ในช่วงเดือนสิงหาคม 1973, Maury กับ Kenny ได้มีโอกาสแต่งเพลงร่วมกัน Maury รู้สึกตื่นเต้นกับประสบการณ์ครั้งนั้นมาก ตอนมาเล่าให้ครอบครัวเราฟังในวันที่ 16 กันยายน 1973 โดยที่ตอนนั้นเขาเรียกชื่อเพลงนั้นว่า kenny’s dream ซึ่งตอนหลัง Kenny ได้ดัดแปลงชื่อเป็น Fever dream และได้อัดออกมาในปี 1974 โดย Columbia records ภายใต้ชื่อ Album Mother Lode ของ Loggins & Messina  Kenny ได้ให้ความอนุเคราะห์แก่พวกเราในการเล่าประสบการณ์ในครั้งนั้น


Kenny Loggin :

Maury
เป็นคนที่วิเศษ และเป็นนัก Guitar ที่มีพรสวรรค์อย่างมาก ผมดีใจที่พวกคุณได้บันทึกเรื่องราวของ Maury เก็บไว้ ในช่วงเวลานั้น พวกเราพึ่งได้มีโอกาสรู้จักกัน และความทรงจำที่ประทับใจผมมากที่สุดเห็นจะเป็นช่วงที่ผมกับ Maury ได้ร่วมกันแต่งเพลง Fever dream ด้วยกัน ในช่วง
ที่พวกเราพอมีเวลาว่างในระหว่างนำผ้าไปซักตามเครื่องหยอดเหรียญของโรงแรมที่เราพักนั้น ผมได้เล่นเพลงที่กำลังแต่งอยู่ให้
Maury ฟัง ซึ่งเราได้แต่งเพลงนี้ร่วมกันตอนเอาผ้าข้า-ออกระหว่างเครื่องซักกับเครื่องอบเสียเป็นหลัก

คิดๆ
ไปแล้ว ผมว่ามันก็น่าประหลาดใจที่ทำไมผมกับ Muary ได้แต่งเพลงเกี่ยวกับคนๆ หนึ่งที่คาดถึงความตายของตัวเอง ก่อนที่ Maury ได้พบกับจุดจบของตัวเองเช่นกันหลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์  ผมประทับใจในตัว Muary จริงๆ เขาเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน และดีกับทุกๆ คน ผมไม่ทราบว่าคุณรู้จัก Jim หรือไม่ แต่เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันนั้น Jim จะเป็นคนที่พูดเสียส่วนใหญ่, Jim เป็นคนที่ค่อนข้างเป็นจุดเด่นแม้เวลาอยู่ในที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟตามสนามบิน เห็นชัดเจนว่าพวกเขาสนิทกันมาก และ Jim เองก็ภูมในผลงานที่พวกเขาทำร่วมกัน
 




ครอบครัว
Muehleisens เป็นครอบครัวที่ ยืนหยัดและอดทนจริงๆ พวกเขาได้ยอมรับการสูญเสียของ Maury โดยยังยึดมั่นกับสิ่งที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่พวกเขา ความมีศักดิ์ศรีของครอบครัว Muehleisens ในช่วงเวลาอันเลวร้ายของชีวิตพวกเขาในปี 1973 ทำให้พวกเราเข้าใจความหมายของครอบครัว นั้นได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว

คงจะไม่มีคำศัพท์ใดๆ เพียงพอที่ผมจะสามารถใช้บรรยายความรู้สึกของผมที่มีต่อ Maury ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับ Maury นั้น มาจากพื้นฐานที่เรามีร่วมกัน นั้นคือเสียงเพลง และเราต่างก็เคารพความสามารถทางด้านดนตรีของซึ่งกันและกัน  ผมกับ Terry Cashman มักจะทึ่งในความสามารถของการเป็นทั้งนักดนตรี นักแต่งเพลง และนักร้องในเวลาเดียวกันของ Maury คำว่าอัจฉริยะในสมัยนี้ค่อนข้างจะใช้กัน บ่อยจนความหมายที่แท้จริงของมันมีน้ำหนักน้อยลง แต่ในสายตาของผม Maury คืออัจฉริยะที่แท้จริง
 

เขามีส่วนสำคัญในความสำเร็จของ Jim Croce พอๆ กับผู้อำนวยการเพลง Engineer ผู้จัดการ หรือแม้กระทั้งสังกัดค่ายเพลง เขาเป็นส่วนสำคัญของเสียง  และไม่มีนักดนตรีคนไหนเลยที่จะเล่น Lead acoustic guitar ในบทเพลงต่างๆ ของ Jim Croce ได้ดีเท่ากับ Maury
 
ตอนที่ผมเดินทางไป
Nashville ในปี 1977 พวกนักดนตรีทั้งหลายต่างอยากรู้ว่าใครน่ะ ที่เป็นคนเล่น Picking ให้กับ Jim Croce, Maury ได้ประพันธ์และเล่นท่อนเพลงหลายๆ อันที่เป็นเอกลักษณ์ในดนตรี pop
ยุคปัจจุบัน

ความทรงจำที่ดีที่สุดของผมเกี่ยวกับ Maury เป็นช่วงที่เรากำลังอัดท่อนประสานเสียง backup ของเพลง Thursday ในชุด I Got a Name ในฤดูร้อนของ 1973 ปกติพวกเรามักจะเล่นกันเข้าขาอยู่แล้ว และในวันนั้นเหมือนมีมนต์สะกดทำให้เราอัดเสียงกันได้อย่างรวดเร็ว และไร้ที่ติ และใช้แค่เพียง 2 take เท่านั้น ที่ใช้สำหรับการอัด take หนึ่ง เพื่อลงเสียงดนตรีพื้นฐาน (basic background) และ take สอง เพื่อลงเสียงดนตรีที่พวกเราเล่นให้เด่นขึ้นมา ถ้าใครตั้งใจฟังให้ดีอาจจะได้ยินเสียงแห่งรอยยิ้มของเราสองคนในขณะที่เล่น backup ให้ Jim.

"Maury และ Jim จะยังคงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป"

The End.

by Mr. Jim & Annie
since 2006

 

back to Artist Biography