- อเมริกาเมื่อไรเธอจะเป็นคนดี
- อเมริกาเมื่อไรจะยอมเปลื้องผ้า
- เมื่อไรถึงจะหันมามองตัวเองผ่านหลุมฝังศพ
- อเมริกาทำไมห้องสมุดเธอถึงร่ำไห้
- อเมริกาเมื่อไรเธอถึงจะส่งไข่ไปให้อินเดียบ้าง
ฯลฯ ...
no direction home
ได้พยายามถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้มาให้เราได้เห็น
และได้รู้สึกถึงวันวานอย่างพอสมควร
หากจะกล่าวถึงชื่อ Bob Dylan สำหรับคอเพลง
Folk/Folk rock คงจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี
แม้ผู้คนบางกลุ่มจะไม่สามารถเข้าถึงเพลงของเขาได้ทั้งหมด
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้คนจำนวนมากทีเดียว
ที่ยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในตำนานในฐานะศิลปินผู้บุกเบิกดนตรีโฟร์ค
และ Bob Dylan
ก็เป็นต้นแบบในหลายๆ เรื่องให้กับศิลปินรุ่นหลังๆ
ได้เดินตาม ไม่ว่าจะเป็นแนวทางของดนตรี
หรือว่าจะเป็นวิถีชีวิตแห่งการต่อสู้...
ต่ออำนาจรัฐ
ที่ไม่ชอบธรรม
มีประโยคเด็ดที่ผมเคยได้ยินมานานแล้ว
และก็มาได้ยินใน no direction home นี้อีกครั้ง
นั่นคือ
ask not... what your country can do for you!?
but ask... what you can do for your country!?
Dylan
เขาก่อตัวเป็นหัวกบฏโดยต่อต้านผ่านบทเพลงตั้งแต่ปี
1966 ซึ่งก่อนหน้านี้ Dylan
ได้ตระเวนเล่นดนตรีรอบๆ New York city มาตั้งแต่
ยังไม่ได้ออกอัลบัม
บทเพลงของเขามักจะพูดถึงวิถีชีวิต การต่อสู้
และการหยุดยั้งความรุนแรง เช่นบทเพลง Blowin' in
the wind เป็นต้น
มีเรื่องราวว่า Bob Dylan
เข้าไปพบผู้บริหารค่ายเพลงแห่งหนึ่ง
เขาได้นำบทเพลง Blowin' in the wind
ไปร้องต่อหน้าผู้จัดการค่ายเพลง
พอ Dylan เอ่ยประโยคว่า How many ears must one
man have Before he can hear people cry?
ผู้จัดการเพลงถึงกับอาการคล้ายๆ จะหงายหลัง
ไปเลย เขาตั้งสติพร้อมๆ กับพูดกับ Dylan ว่า "เอาล่ะพอแต่นี้
ผมต้องการคุณ"
บทเพลง Blowin' in the wind
จัดเป็นบทเพลงที่ถูกนำมาร้องด้วยศิลปินมากมาย
หลากหลายเวอร์ชั่น และหลากหลายแนวดนตรี (รวมกันแล้วอาจจะมากกว่า
10 Version) ไม่ว่าจะเป็น Folk, Jazz, Blues ฯลฯ
แต่ไม่มีการ Vote ครั้งใดที่จะมีคะแนน Vote เหนือ
Original version ของ
Bob Dylan ได้สักครั้งเดียว
Martin Scorsese :
ผู้กำกับที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวันออสการ์จากเรื่อง
GoodFellas ปี 1990 ที่นำแสดงโดย Robert De Niro
ได้นำเสนอ ชีวประวัติของ Bob Dylan
ผ่านภาพเก่าตั้งแต่ยุค 60' ซึ่งแน่นอนว่า
บางสถานการและบางภาพเรายังไม่เคยได้ชมมาก่อน ผลงาน
no direction home นี้ มีบทสัมภาษณ์ดีๆ ที่ Bob
Dylan ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เช่น
ช่วงเวลาที่เริ่มต้นเล่นดนตรี
การเดินสายเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ อย่าง Peter Paul
and Mary และแฟนสาว Joan Baez
หรือจะเป็นการบอกเล่าถึงศิลปินที่ตัวเขายกย่อง
เช่น Johnny Cash เป็นต้น
ผมสะใจกับบางช่วงบางตอนของ no direction home
แผ่นนี้
โดยเฉพาะช่วงทีมีการนำบทสัมภาษณ์จากการให้ปากคำของแฟนเพลง
Bob Dylan มาตีแผ่แบบตรงไปตรงมา
และนี่คือการให้ปากคำจากผู้ชม Dylan
แสดงบนเวทีในคืนวันหนึ่ง
วันที่เขาได้เปลี่ยนไปตามกระแส
หากผมจะวิจารณ์ Dylan บ้าง ในฐานะคนชอบโฟร์ค
ผมคงจะบอกว่า... บทเพลง Like a rolling stone ของ
Dylan มันเหมือนตบหน้าคนโฟร์คชัดๆ
แต่พอได้ฟัง Like a rolling stone หลายๆ รอบเข้า
ผมบอกตัวเอง... ผมไม่คิดแบบนั้นล่ะ
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เมื่อทุกๆ ครั้งที่ Dylan
ได้ขึ้นเวทีจับกีต้ารไฟฟ้าก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นแฟนพันธ์แท้
Folk ก็บอกว่า เขาทรยศดนตรีโฟร์คที่บริสุทธิ์
Joan Baez (โจแอน
บาแอช) ชื่อนี้คงน้อยคนที่จะไม่รู้จัก บทเพลงอย่าง
Donna Donna หรือ Diamond & Rush ทำให้หลายๆ
คนหลงรักเธอเข้า
จนได้. Boy Dylan ได้เล่าว่า Joan Baez
ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่า "เธอได้เข้ามาในโลกของเขา
ในทางมุมที่ต่างออกไป" เธอเป็นนักดนตรีหญิง
ที่เป็น Folk music เต็มตัว
หากใครไม่เคยมีโอกาสเห็นการบรรเลงของ Joan Baez
ก็จะได้เห็นใน no direction home แผ่นนี้แหละครับ
ผมได้เห็นเธอเล่น Acoustic Guitar
แล้วก็ต้องยอมรับว่า
เธอเป็นผู้หญิงที่มีทักษะดีมากคนหนึ่ง
หากใครได้ซื้อ no direction home มาดู
ก็ลองสังเกตจาการวางมือขวาและซ้ายดูครับ
แม้ตัว Boy Dylan ก็เอ่ยปากยอมรับว่า Joan Baez
เป็นผู้หญิงที่เล่นกีต้าร์เก่งคนหนึ่ง
Joan Baez
เล่าว่า...
ฉันเห็น Bob Dylan
ครั้งแรกที่กรีดส์ โฟร์ค ซิตี้
ซึ่งก่อนหน้านั้นฉันเคยได้ยินชื่อเขามาก่อน
เขาเป็นอัจฉริยะ เขาเขียนเพลงได้ดีเหลือเชื่อ... Joan Baez
บอกเล่าถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับ
Dylan.
เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นภาพ Joan Baez
จูงมือ Bob Dylan
ขึ้นบนเวทีเพื่อมาร้องเพลงคู่กัน
แต่คุณจะได้มีโอกาสเห็นใน no direction
home
Bob Dylan
เคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อตอนปี 1962 ที่สถานีวิทยุ
WBAI Radio ใน New
York ว่า...
ผมไม่ได้ตั้งใจเรียกมันว่า ดนตรีแนวโฟร์ค
แต่ผมเรียกมันว่า ดนตรีร่วมสมัย. no
direction home
ยังได้พูดถึงช่วงเวลาที่ Dylan
ได้สมาคมกับ Peter Paul &
Mary
และช่วงเวลาที่เคยได้ร่วมร้องเพลงกันในจตุรัสวอชิงตัน
อีกบรรยากาศทีน่าสนใจมากก็คือ
บรรยากาศของเทศกาลโฟร์ค ปี 1963 (Newport
folk festival)
ผมเห็นแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะพาตัวเองเข้าไปอยู่
ในบรรยากาศนี้จริงๆ ภาพของศิลปินต่างๆ
มากมายที่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลฯ นี้
เช่น Johnny Cash
ศิลปินผู้ซึ่งมี Style
การร้องเพลงในแบบฉบับของตัวเอง
ด้วยท่วงท่าที่แปลกตา ได้ขับร้องเพลง Walk
the line
ที่โด่งดังของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม. Dylanได้เคยกล่าวไว้ว่า
Johnny Cash
คือพระเจ้าของเขา ครั้งหนึ่ง Johnny Cash
ยังเคยนำเพลงของเขาไปร้องนั่นคือเพลง Don't think
twice it's all right
ซึ่งเขารู้สึกภูมิใจมากๆ แถมยังได้กีต้าร์จาก
Johnny Cash
เป็นที่ระลึกอีก 1 ตัว
(ธรรมเนียมสมัยก่อนถือว่าเป็นการให้เกียรติ์และยกย่อง)
หลายๆ คนรู้จัก Bob Dylan ในรูปแบบหรือแนวดนตรี
Folk ผมเองอยากจะลองเรียก และตั้งชื่อแนวดนตรีของ
Bob Dylan ว่าเป็นแนวดนตรีประท้วง เรียกร้อง
หรือแนวดนตรีต่อต้าน... ประมาณๆ นั้น
เมื่อคุณได้ชม no direction home จนจบ
คุณอาจจะหาชื่อแนวดนตรีของ Bob Dylan ได้เหมือนผม
และมันก็ไม่ผิดด้วย
หากว่าคุณจะตั้งชื่อแนวดนตรีของ Bob Dylan
เป็นชื่อแนวเดียวกันกับที่ผมตั้ง เหมือนอย่างที่
Dylan เคยกล่าวไว้ว่า... เพลงของผมประท้วงทุกๆ
เพลง!
เพลงแนะนำเผื่อว่าเพื่อนๆ ท่านใด สนใจจะหาเพลงของ
Bob Dylan มาฟัง - BLOWIN' IN THE WIND
- DON'T THINK TWICE, IT'S ALL RIGHT
- LIKE A ROLLING STONE
- ALL ALONG THE WATCHTOWER
- KNOCKIN' ON THE HEAVEN DOOR
- MR. TAMBOURINE MAN
- JUST LIKE A WOMEN
- LAY LADY LAY