Acoustic 108

OVATION'S ENCORE (part 1)
ความมหัศจรรย์ ของ LX กับการเติบโตอย่างคึกคัก กับแผนกกีต้าร์ของ KAMAN

ค.ศ ที่ 60 นายชาลส์ เอช คาร์แมน วิศวกรด้านการบิน กับจินตนการที่ได้พลิกโฉมรูปแบบของกีตาร์
จินตนาการคือแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดนตรี
ในกลางปี ค.ศ ที่ 60 นายชาลส์ เอช คาร์แมน วิศวกรด้านการบิน ผู้ซึ่งเป็นนักกีตาร์ในขณะเดียวกันได้จินตนาการ โดยนำสมมติฐานของแรงสั่นสะเทือน ที่ช่วยให้เขาสามารถออกแบบเฮลิคอร์ปเตอร์ สำหรับธุรกิจด้านการบินของเขา มาปรับใช้ในการผลิตกีตาร์ชั้นดีเช่นเดียวกัน ภายในระยะเวลา 2 ปี เขา และบรรดาเพื่อนฝูง กับผ้ชำนาญทางเทคนิคช่วยกันพัฒนากีต้าร์รูปแบบใหม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วคือการพลิกโฉมรูปแบบของกีตาร์เลยก็ว่าได้ ด้วยการนำวัสดุจากเรซิน
ที่มีลักษณะกึ่ง ๆ รูปไข่ มาประกอบเป็นส่วนหลังของกีตาร์ เพื่อเป็นจุดรวมของพลังเสียงจากเพดานกีตาร์ เขาได้นำหลักการไฟฟ้า ที่ใช้ผลึกแร่ในการบังคับให้กระแสไฟฟ้าเดินไปในทางเดียวมาปรับใช้ โดยผ่านเครื่องแปรงสัญญาณไฟฟ้าเพื่อผลิตกีตาร์โปร่งไฟฟ้าตัวแรกที่ต้องจดจำในทศวรรษนี้
 
ต่อมาคาร์แมนได้จินตนาการกีตาร์รุ่นที่มีช่องเสียงเล็ก ๆสองชั้นบน เพื่อลดแรงจากการขึงสายด้านบน แม้ว่าน้ำหนักของการขึ้นสายจะมีมากเพียงใดก็ตาม และทำให้นักอนุรักษ์รุ่นเก่าต้องตกตะลึง กับวิวัฒนาการของกีตาร์หลังเต่าที่หลุดกรอบจากแบบแผนเดิม ๆ ด้วยลักษณะเฉพาะของเสียง
ที่ใส, การเปล่งเสียงออก, ความสมดุลของระดับเสียง และการแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่นักกีตาร์เคยประสบ และสร้างความทุกข์อย่างพูดกันไม่จบ นี่เองทำให้กีตาร์โอเวชั่น ชนะใจนักกีตาร์รุ่นเดิมที่มีภูมิ และยึดติดกับกีตาร์ในแบบเดิม ๆ จนหมดข้อกังขาโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ โดยสิ้นเชิง เหตุผลเหล่านี้ทำให้โอเวชั่น มีความเชื่อว่าจะมีการขยายตลาดของกลุ่มผู้เล่นที่เป็นนักสะสมกีตาร์ และจะตามมาด้วยบรรดาแฟน ๆทั้งหลายเป็นจำนวนมากต่อไป


ลักษณะเฉพาะตัวในการออกแบบ ทำให้กีตาร์โอเวชั่น ฝ่าฟันยุคต่อต้านกีตาร์อคูสติค ในช่วงทศวรรษที่ 80 และช่วงต้นทศวรรษที่ 90 จนกระทั่ง
ในช่วงปีปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงคุณภาพเสียงให้สละสลวยขึ้น ซึ่งนำไปสู่ยอดขายที่ดีอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามแม้ว่ากีตาร์โอเวชั่น จะเป็นสินค้าแบรนด์ที่เก่าแก่ ซึ่งมีช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ก็เป็นความรู้สึกคิดถึง และโหยหาของใครต่อใครเป็นแน่แท้ หากภาพแห่งประวัติศาสตร์เหล่านั้น
จะถูกลบเลือนออกไป แต่ในช่วงเดือนมกราคมปี 2004 คาแมนได้ออกชุดอัพเกรด LX ทำให้กีตาร์โอเวชั่น ซึ่งมีอายุราวสามสิบเศษ ได้กลับมาเป็นกีตาร์รุ่นใหม่กิ๊ก และเปลี่ยนภาพราวกับว่าเราไม่เคยเห็นกีตาร์รุ่นนั้นใน “Glen Campbell Goodtime Hour” ช่วงปี 1969มาก่อน คำสรรเสริญสำหรับรุ่น LX นี้ถึงกับสร้างความงงงวย ให้กับคนทำกีตาร์ที่ปลุกปั้นเป็นเวลาถึง 6 ปี ที่ผ่านมาให้กีตาร์รุ่นนี้เกิดขึ้นจริง แม้แต่ Charlie Kaman เองยังไม่อาจจินตนาการความสำเร็จจากยอดขายที่นำโด่งแซงหน้าคู่แข่งได้เลย หลังจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกของรุ่น LX ได้ 6 เดือน ชุดอัพเกรดรุ่น LX นี้มียอดผลิตมากกว่า 90% ของยอดผลิตในโรงงานของโอเวชั่น ที่นิวฮาร์ทฟอร์ดรัฐคอนเนคติกัทเลยทีเดียว อยากจะบอกว่า ยิ่งกว่านั้น ว่าชุดอัพเกรดรุ่น LX ได้สร้างยอดขายโดยรวม ให้กับบริษัทฯเพิ่มเป็นอย่างมากเป็นผลให้โรงงานยังคงค้างผลิตจากยอดสั่งซื้อเป็นพันชุด

เนื่องจาก Charlie Kaman คือนักกีตาร์ และเพราะกีตาร์โอเวชั่น เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสินค้า ที่ร่วมสถาปนามาด้วยกัน กับธุรกิจดนตรีของ Kaman บริษัทจึงลงทุนในส่วนประกอบต่าง ๆที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันในความสำเร็จของสินค้าให้เป็นไปอย่างยั่งยืน ในความเป็นจริงแล้วบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาส่วนสำคัญๆ ถึง 6 ส่วน กว่าจะได้มาซึ่งชุดอัพเกรดรุ่น LX นี้ราวกับเป็นโครงการ ที่แยกออกจาก โครงการอื่นโดยสิ้นเชิง แต่ Rick Hall ผู้จัดการผลิตภัณฑ์สินค้าโอเวชั่น ดูเหมือนกับการใช้เวลาร่วมเดินทางมาพร้อมๆกัน

ชุดอัพเกรดรุ่น LX มีขายเป็นชุดเท่านั้น (ดูรายละเอียดทุกส่วนของ LX จากกีตาร์ด้านล่างนี้) รวมไปถึงวิธีการเล่น ที่มาที่ไป รูปลักษณ์ความงาม และคุณภาพเสียง Hall ได้กล่าวว่าจากภาคเสียงสะท้อนจากธุรกิจยานยนต์ทำให้รุ่น LX ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นสินค้าหรูหรา กีตาร์รุ่น Balladeer ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานเป็นสินค้าที่บ่งบอกถึงเรื่องราวทั้งปวงของโอเวชั่น ท่านจะได้รับชุดอัพเกรดรุ่น LX ราวกับคุณได้เบาะหนัง ซันรูฟ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ

 

 

อีกก้าวการพัฒนาโครงสร้าง กีต้าร์ OVATION

ไม่เพียงแต่ความคึกคักในยอดขายของ โอเวชั่น แต่ความต้องการในโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงกับรหัส LX ที่เป็นกีต้าร์ที่ง่ายในการเล่นและปรับใช้ กับการเปลี่ยนแปลง
ดังต่อไปนี้

1) ENHANCED SCALLOPED BRACING
โครงสร้างแบบ Scallped ที่ให้เสียงนุ่ม ลึก และอบอุ่น ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ ของโอเวชั่นในความเที่ยงตรงชัดเจนในแต่ละเฟร็ต
2) LYRACHORD GS BODY
กับเทคโนโลยี glass microshere ใน resin ทีให้ความแข็งแกร่งที่มากขึ้น และน้ำหนักที่เบากว่าเพื่อความสดวกของผู้เล่น ด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวาลกว่า ซึ่งปรับใช้คู่กับระบบ คอแบบ Advance Neck System
3) ADVANCE NECK SYSTEM
ด้วยระบบล็อคแบบใหม่ที่ส่วนคอจะล็อคติดโดยตรงกับตัว Bowl ให้การติดตั้งที่ยึดแน่นอย่างสมบูรณ์ และ ในส่วนของ Truss Rods ทำจากวัสดุ Carbon Fiber ที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่ให้ความยึดหยุ่นทำให้การตั้งคอมีความสมบูรณ์แบบ กับ Fingerboard ตั้งเป็นแนวเดียวกับ ลำตัวและคอกีต้าร์เพื่อความเที่ยงตรงของคลื่นเสียงที่วิ่งผ่าน
4) ORIGINAL PATENTED PICKUP
แยกอิสระต่อกันทั้ง 6 สายให้ความ สเถียรของเสียงที่ส่งแรงสั่นสะเทือนจากสายและลำตัวส่วนบนของกีต้าร์ ไม่ว่าจะใช้สายขนาดเบอร์ไหนก็ตาม
5) OP-PRO PREAMP
ให้พลังเสียงที่ใหญ่กว่า ไม่ว่าจะเล่นเพลงในดนตรี หรือสไตล์การเล่นแบบไหนก็ตาม
6) UPGRADED AESTHETICE
เพิ่มความสวยงามในงานฝีมือ ด้วยการฝังปีกนกเป็นพื้นเดียวกับตัวกีต้าร์,คอกีต้าร์แบบขัดเงา และ ใช้ไม้ Ebony ในการทำ fingerboard
ความจริงอย่างเป็นธรรมดา ของผู้ก่อตั้งโอเวชั่น ที่ว่า “เมื่อตกอยู่ในความสงสัย, ให้ทดลองและสำรวจ” ระบบการจัดการในงานเปิดตัว LX ของ
โอเวชั่นเป็นวิธีการที่แตกต่างจากปกติ Hall กล่าวว่า เขาใช้วิธีส่งจดหมายและ e-mail แจ้งเกี่ยวกับการวางตลาดของกีตาร์รุ่น LX ให้กลุ่มผู้เล่น Ovation ปัจจุบัน

กลยุทธ์ของโอเวชั่น คือกระตุ้นความตื่นเต้นของกลุ่มคนดนตรี ที่รักโอเวชั่นที่มีอยู่ และกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมาย น้ำลายสอจนอยากออกไปเดินหามาเป็นเจ้าของเลยทีเดียว กลยุทธ์รองคือ เราหากลุ่มคนดนตรีที่ยังไม่เคยเป็นลูกค้าของโอเวชั่น ได้ทดลองเสียงพร้อม ๆ กับการเพิ่มศักยภาพในการอบรมตัวแทนจำหน่าย กระจายสินค้าออกไปยังจุดจำหน่ายสินค้าพร้อมเอกสารแนะนำสินค้ารุ่นใหม่ และการส่งอีเมล์ชนิดระเบิดส่งเลยก็ว่าได้ เป็นต้น ว่าง่าย ๆ ก็คือเราเปิดตัวราวกับการโยนอ่างซิงค์ในห้องครัวดังปัง! เพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า

 

 

ART & SCIENCE: การปรับใช้แสงเลเซอร์ในการออกแบบโครงสร้างภายใน
 

ทีมวิจัยและพัฒนา OVATION ได้ใช้เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการวัดความสั่นสะเทือนของคลื่นเสียง ในภาพที่เห็นอยู่นี้แสดงถึง จุดสั่นสะเทือนนับพันจุดที่ส่งมาจากส่วนหัวของกีต้าร์ ภาพทั้ง 3 ภาพนี้คือ ผลของการ
ทดสอบในคลื่นการกระจายคลื่นเสียง ที่ความถี่ 93hz
ในขณะเดียวกัน นาย John Shand หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศ ของแผนกเครื่องดนตรี Kaman ได้ให้โอกาสตัวแทนจำหน่ายจากทั่วโลก ได้มีโอกาสเยี่ยมชมโรงงาน และรับทราบที่มาที่ไปในการผลิตกีตาร์โอเวชั่น ถึงแม้กีตาร์โอเวชั่น จะมีประวัติขายดีทั่วโลก แต่แน่นอนความพยายามในการผลิตสินค้าที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็เป็นการจุดประกายไฟภายใต้ความคิดริเริ่ม ของหน่วยงานส่งออกของบริษัท
 

ความเห็นของรองประธานบริหารฝ่ายอุปกรณ์ดนตรีโอเวชั่น เห็นว่า “ในแง่ของความสำเร็จด้านการตลาด” การใช้กรอบกลยุทธ์การตลาด “อ่างซิงค์” ของการพัฒนากีตาร์รุ่น LX นั้นเหมาะสมและดีเกินคาด ส่วนผู้จัดการทั่วไปนายแฟรงค์ อันเทอร์ไมเออร์ กล่าวว่า LX คือ iPod ของกีตาร์โอเวชั่น Hall ชี้ว่าการล้อมกรอบอุปสงค์ อาจมีส่วนช่วยการซื้อที่บ้าครั่ง และ LX ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจของใครต่อใคร ในการสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงาน NAMM เมื่อต้นปีนี้ “เมื่อครั้งที่เราเคยนำเสนอขายสินค้าที่ได้รับการพัฒนาในแบบอุปกรณ์โดด ๆ ลูกค้าที่เคยบ่ายเบี่ยงที่จะซื้อกีตาร์โอเวชั่นตัวแรก ของเขาเมื่อนานมาแล้ว และรอตัวใหม่ที่ดีกว่า มันราวกับว่าพวกเขาเหลือที่จะขืนใจไม่ซื้อกีตาร์ตัวนี้ไปได้”
 

คุณจำไว้ได้เลยว่าการตีกรอบอุปสงค์ “สินค้าใหม่ที่ดีกว่า” นั้น โอเวชั่นบรรลุความปรารถนาโดยเน้นหนัก การเพิ่มประสิทธิภาพของเสียงซึ่งเป็นจุดแข็งของกีตาร์โอเวชั่นที่ใคร ๆ ก็รู้จักกัน เพื่อที่จะเข้าใจเบื้องหลังของปรัชญาเกี่ยวกับเสียงให้ดีขึ้นนั้นคุณต้องรู้ซักนิดเกี่ยวกับตัว Charlie Kaman “เขาเป็นนักดนตรีแจ๊ส เขาจะไม่ยึดติดกับการเล่นเพียงสองหรือสามเฟรดแรก ซึ่งนักดนตรีทั่วไปเรียกว่า “เฟรดหากิน” เขาจะเล่นหมดทุกจุดบน fingerboard จุดบอดที่สำคัญที่สุดที่เขาบ่นบ่อยๆกับ กีตาร์ในแบบเดิมๆทั่วไป ที่ผลิตออกมา คือเสียงที่ไม่สมดุล กีตาร์ส่วนใหญ่มักจะเปร่งเสียงเพียงแค่ไม่กี่เฟรดแรก เสียงมักจะเป็นเสียงอ้วน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงต่ำสุดจะไม่ชัดและใส เสียงสูงสุดก็สั่นจน แถบวัดระดับเสียงบน EQ มีรูปราวกับหน้าคนกำลังยิ้มทำนองนั้น ! เสียงกีตาร์แบบนั้นจริงๆ แล้ว ก็โอเคอยู่ แต่เหมือนกับคุณเล่นกอล์ฟกับชมรมเดียวไปตลอด” Hall กล่าว
 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

|Top| |Back|