Interview
 
กับบรรยากาศ กับรสชาติที่ประสบณ์กับความสำเร็จ บทเพลงที่ขึ้นอยู่บนหน้าปัดวิทยุ ความล้มเหลว การกลับมาเล่นดนตรีบนถนน บนรถไฟฟ้า
แม้แต่บนเครื่องบิน
! ในทุกๆ ที่ ที่เค้าต้องการถ่ายถอดบทเพลงสินเจริญ
บราเธอร์ส เค้ากล้าที่จะทำ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยความมุม่งมั่น
ของพวกเค้า สามพี่น้อง
"สินเจริญ"  และวันนี้... เค้ากลับมาเป็นที่สนใจของวงการดนตรี วงการสื่อต่างๆ อีกครั้ง

บอย – ธนัญชัย, เบิ้ล – ธีรยุทธ , และบอม – สุทธิศักดิ์ กว่าจะก้าวเดินมาถึงจุดนี้ สองข้างทางที่พวกเค้าพี่น้องได้ก้าวเดิน เค้าผ่านอะไรมามาบ้าง?

 

 

Acousticthai: สินเจริญเริ่มต้นเล่นดนตรีมานานยังครับ
บอย
: เริ่มต้นตั้งแต่ตอนสัก 7 ขวบ เพื่อนข้างบนเล่นกีต้าร์ พี่บอมก็เกิดความสนใจ พอพี่บอมสนใจ ก็ทำให้น้องๆ สนใจตามไปด้ว

Acousticthai: แสดงว่าที่บ้านไม่ได้เล่นดนตรี หรือเป็นนักดนตรีมาก่อน
บอย
: ครอบครัวเราก่อนหน้านี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้เล่นดนตรี วันนึ่งคุณพ่อไปงานราชการที่แม่สาย ก็เห็นว่าพี่บอมชอบ ก็เลยซื้อกีต้าร์พม่า
มาฝาก ตัวไม่กี่ร้อยบาทในสมัยนั้น
แต่นี่ก็คือการเริ่มต้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ต่อต้าน ไม่ห้าม ซึ่งสมัยนั้นบางครอบครัวจะห้าม

Acousticthai: ได้เรียนดนตรีกันบ้างไหมครับ ฝึกเล่นดนตรีกันอย่างไร
บอม: ตอนนั้นผมก็เริ่มฝึกด้วยตัวเอง ไม่ได้เรียน เพราะผมไม่ชอบการเรียน แต่ชอบที่จะชวนเพื่อนๆ คนนั้นคนนี้มาเล่นกีต้าร์ที่บ้าน แต่ส่วนใหญ่
จะเล่นกันสามพี่น้อง เราเหมือนเป็นเพื่อนกัน เราก็เล่นกันอยู่สามคนพี่น้อง

Acousticthai: สามคนพี่น้อง ใครเป็นคนที่ทำให้เกิดดนตรีในบ้านสินเจริญ
บอม: ตอนเด็กๆ คุณพ่อจะสอนให้ผมเป็นผู้นำของน้องๆ ผมก็นำมาแบบนี้ล่ะครับ ก็คือ ดนตรี
บอย: คือพี่บอมเนีย จะทำอะไรก็ต้องเล่นกับน้องๆ พอเล่นดนตรีก็ชวนน้องๆ ตอนแรกพอพี่บอมเล่นกีต้าร์ได้ เค้าก็พยายามสอนพี่เบิ้ล แต่ด้วยความคิดของพี่เบิ้มบอกว่า กีต้าร์สายมันเยอะ เลยหันมาหัดเล่นกีต้าร์เบสแทน ไปๆ มาๆ พวกเราทุกๆ คนก็สนุก ก็เล่นกันด้วยความสนุก เล่นไปเล่นมาก็เริ่มมีกิจกรรม เช่น งานวันเกิด งานอะไรๆ ก็ตาม เราก็พากันไปเล่น เล่นไปเล่นมาก็เลยเถิดกระทั่งไปชวนเพื่อนๆ ข้างนอกมาเล่น

 

Acousticthai: แสดงว่าต้องเคยมีวงของตัวเอง หมายถึงก่อนเป็นคำว่าสิญเจริญ
บอย: จำได้ว่าเราฟรอมวงกัน คือเป็นวงดนตรี มีเพื่อนมาเล่นคีร์บอร์ด พี่เบิ้ลเล่นเบส
มีอกีต้าร์คือพี่บอม ผมเล่นกลองแล้วก็ร้อง ไม่รู้ว่าทำไมต้องร้อง แต่ถูกเลือก ตอนนั้นเราตั้งวงรวมกัน
6 คน คือ เป็นวงเด็กๆ ตอนเรียนประถม ก็เริ่มต้นกับการเล่นงานแต่ง งานบวช ทั้งๆ ที่เด็กๆ แบบนั้น

Acousticthai: แบ่งหน้าที่กันอย่างไร
บอม: คือใครรับหน้าที่อะไรก็แกะ ก็ทำงานกันตามที่แบ่ง อย่างผมมีหน้าที่รับผิดชอบ
กีต้าร์ เบิ้ลดูแลเรื่องเบส
บอยร้อง เราแบ่งกันแบบนั้น พอต่างคนต่างแกะกันจนจบ
ก็จะนัดมาซ้อมกัน ทั้งวงเราแบ่งงานกันชัดเจน

Acousticthai: ตอนนั้นมีเพลงของตัวเองหรือยังครับ
บอย: เราเล่นตามเพลงที่ได้รับความนิยม ที่เราชอบ ยังไม่มีเพลงของตัวเอง

 


Acousticthai: มีเพลงประจำวงไหมครับ
บอย: เพลงประจำวงของเราก็คือ ดนตรีในหัวใจของ Butterfly ถือเป็นเพลงประจำวงเลยครับ อีกเพลงก็ชื่อเพลง one night in Bangkok
พี่บอมเนี่ยมือลี้ดเลย โซโลหูดับตับไหม้ แม้วันนี้เค้าจะรักอะคูสติคกีต้าร์ แต่ก่อนหน้านี้ก็เล่นกีต้าร์ไฟฟ้ามาก่อน ช่วงเวลานั้นก็เป็นช่วงเรียนมัธยม

Acousticthai: จุดเปลี่ยนของการเล่นดนตรีแบบจริงๆ จังๆ
บอม: พอถึงจุดหนึ่งเรารู้สึกว่าต้องเอาจริง เอาแบบจริงๆ คือถึงขั้นเราจะไม่เรียน เราจะเล่นดนตรี ตอนนั้นใช้ชื่อวงว่า "ฟาง" ถึงจุดๆ หนึ่ง เพื่อนๆ หลายๆ คนก็ออกกันไป ไปเรียน ไปทำอย่างอื่น แต่เราสามคนยังอยู่กับดนตรี และรู้สึกว่าเราจริงจังกับมัน

Acousticthai: ใกล้ถึงเวลาของสินเจริญ
เบิ้ล
: ใช่ครับ มันใกล้เข้ามา ในช่วงเวลานั้น ก่อนจะมาเป็นสิญเจริญ ตอนนั้นประมาณปี 38 ช่วงนั้นพี่บอมเปิดร้านอาหาร ขายอาหาร+เปิดพลง
จากเทปรวมฮิต
ครั้งหนึ่งผมมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ได้รับอุบัติเหตุ
บอย
: เค้าก็เลยต้องนอนอยู่กับบ้านเกือบเดือน เค้าก็คงไม่รู้จะทำอะไร วันหนึ่งก็เขียนเพลง แล้วพี่บอมก็ไม่รู้คิดอย่างไร ก็เอาเพลงเนี่ยไปเปิด
ที่ร้านอาหาร ตอนนั้นเปิดที่แถวๆ มหาวิทยาลัยเอเบค ปรากฏว่า พอเอาเทปที่อัดเพลงที่พี่เบิ้ลแต่งไปเปิด เปิดแล้วมีคนมาทัก ชอบ มีคนถามถึง...
เพลงใครเนี่ย หลายๆ คนที่ได้ฟังแล้วชอบ พี่บอมเองพอฟังได้อย่างนั้น พี่บอมก็รู้สึกว่า เฮ้ย เราทำเพลงกันได้นิ มีคนชอบ มีคนสนใจ  เราคุยกัน เราน่าจะทำได้ 

Acousticthai: ทำให้เกิดความมั่นใจขึ้น
บอย: ใช่ครับ พี่บอมตัดสินใจปิดร้าน นั่งเขียนเพลงอยู่กับบ้าน ประมาณ 6 เดือน เขียนเพลง ทำเมโลดี้ ร้อง แล้วอัดลงเทป เราทำกันเองทั้งหมด ยุคนั้นเพลงแนว Alternative กระแสแรงมาก เช่น Modern Dog, Smile Buffalo แต่เราทำสิ่งที่แตกต่าง เราทำแบบของเรา แบบที่เป็นสินเจริญ
ซึ่งการเขียนเพลงของพี่บอม และพี่เบิ้ลจะเขียนเพลงได้คล้ายๆ กัน

 

Acousticthai: แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น
บอย: ตอนนั้นเรามองหาค่ายที่จะให้โอกาสเราได้ทำเพลง ให้อิสระเรา เพื่อนคนนึ่ง
เค้ามีโอกาสได้ไปเป็นพิธีกร
ในงานงานนึ่งของค่าย อีเอ็มไอ ก็ได้นามบัตรคนๆ
หนึ่งมา พอเราได้นามบัตรมา เราก็ตัดสินใจ นำเพลงที่พี่บอม ที่เราทำกันไปเสนอ
เราสามคนพี่น้องขึ้นรถเมล์กันไปเลย ที่ตึกเกรนอัมรินทน์ นั่นคือ เราตัดสินใจ
เรามั่นใจ ที่จะเดินตามความฝันของเราแล้ว เราติดต่อขอพบ
โปรดิวเซอร์  
แต่เค้าก็ไม่ให้เข้าพบ ก็รบเร้าอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายคุณนิด เป็นคนรับเทปเพลงเดโม
จากเราไป
Acousticthai: คุณนิดเป็นโปรดิวเซอร์ ในอีเอ็มไอ?
บอย: เปล่าครับ คุณนิดเป็นแม่บ้าน! ทำความสะอาดที่ออฟฟิคนั่นล่ะครับ
เค้ารับไว้ตอนบ่ายสอง พี่บอมยังแซวกับเค้าเลยว่า ขอโทษนะครับ
ไม่รู้เหมือนกันนะว่า อีเอ็มไอ มีนโยบายให้แม่บ้านมารับเดโมด้วย ก็ฮาๆ
แบบเครียดๆ กัน ไม่มีอะไร


Acousticthai: วันนั้นก็เลยคอตกกลับบ้าน
บอม: เราทั้งสามคนกลับมาบ้าน พอใกล้ๆ 5 โมงเย็น โปรดิวส์เซอร์อีเอ็มไปโทรฯ กลับมา บอกว่า น่าสนใจ เราตื่นเต้น รีบกลับไปอีเอ็มไอในวันนั้นเลย ตอนนั้นพี่บอมถือกีต้าร์ไปหนึ่งตัว  เราต้องไปนั่งอยู่ข้างหน้งโปรดิวฯ และทีมงาน เค้าก็ขอให้เราร้องเพลงนั้นเพลงนี้ เราก็เล่น คุณขอเพลงอะไรเราก็เล่น คือเล่นได้หมด เพราะเราผ่านงานเลี้ยง งานสรรค์สัน งานบวชมาเยอะ เล่นเพลง แกะเพลงมาเยอะ พอเล่นไปได้สักพักใหญ่ๆ โปรดิวเซอร์ พูดคำๆ นึ่งออกมา  “สินเจริญ บราเธอร์ส” พวกคุณพี่น้องสามคน “คุณคือ สินเจริญ บราเธอร์ส”

Acousticthai: นั่นคือ การเริ่มต้น และโอกาสของ “สินเจริญ บราเธอร์ส”
บอม: ใช่ครับ นั่นคือความชัดเจน พวกเราเข้าห้องอัดกันได้เลย ทางค่ายเปิดให้เราได้ทำงานเลย คุณทำได้เลย คือผมรู้สึกว่าเค้าคลิกพวกผมนะ เหมือนผู้ชายเจอผู้หญิง เหมือนคนสองคนเจอกัน แล้วคลิก เค้าไว้ใจ ให้เราทำทุกอย่าง

Acousticthai: ใครเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับงานอัลบัมครับ
บอม: ผมรู้สึกดีกับงานเพลงชุดแรกมาก แม้เราจะไม่เล่นกีต้าร์ได้เก่ง หรือทำคอร์ดรัสได้เยี่ยมยอด แม้เราไม่ใช่นักดนตรีที่เล่นดนตรีได้เก่ง
หรือหวือหวาที่สุด แต่เรารู้สึกว่า มันเป็นเลือดเป็นเนื้อ ผมเล่นกีต้าร์ บอยอัดกล่องและร้องกันสดๆ ส่วนเบิ้ลอัดลายเบสและเขียนเพลงร่วมกับผม
เราไม่มี
backup ยกเว้น เราจะมีพี่ๆ เพื่อนๆ มาเป็น Guess ดังนั้น เราเป็นโปรดิวเซอร์เอง มันคือ สินเจริญทุกๆ เพลง

Acousticthai: แรงบันดาลใจในการเขียนเพลง
บอม: แรงบันดาลใจที่ใช้เขียนเพลง คือ เราสะสมมาตลอดชีวิต ผมใช้สิ่งเหล่านี้เขียนออกมาเป็นเพลง เพลงพูดถึงสังคม กำลังใจ ความรัก ประมาณๆ นี้ ผมกับเบิ้ลจะเขียนเพลงเป็นหลัก เราจะช่วยกันคิดถึงเรื่องที่จะเขียน แล้วก็เขียนเป็นเพลงออกมา ดังนั้น เพลงที่เขียนออกมา
จะมีผมกับเบิ้ลเป็นกำลังซึ่งกันและกัน

Acousticthai: แล้วคุณบอยไม่ช่วยเขียนเพลงบ้างหรือครับ!
บอม: ไม่ครับ บอยคอยทำหน้าที่ ทำหน้าหล่อ! และมีหน้าที่ร้องเพลง (หัวเราะ แซวกัน)
 


Acousticthai:
สินเจริญไม่ได้เรียนนตรี ไม่ได้ศึกษามาจากทฤษฎี แต่กลับสามารถทำดนตรีได้
บอม: ผมไม่ได้เรียนเขียนเพลง ไม่ได้เรียนหลักการด้านดนตรี เราทำเท่าที่เรารู้สึก และเท่าที่เราจะสามารถทำได้ ลองคิดถึงครูเพลงสมัยก่อน อย่างครูสันติ ผมเคยเชิญท่านมาสัมภาษณ์ในรายการสินเจริญ สนุกมากๆ ครับ แกเป็นคนที่ร้องเพลงเพี้ยนสุด ๆ แต่แกเขียนเพลง และทำเมโลดี้ได้ดีมาก ยกอย่างเพลง ลมหายใจของความคิดถึง ...อาจมีสักครั้งในชีวิตหนึ่ง จะซาบซึ้งกับหัวใจ อ่านบทกลอน...แล้วร้องไห้ ฟังเพลงได้ตลอดคืน ลม........ลมหายใจ ความคิดถึง...  ผมว่ามันน่าทึ่งมาก ทั้งเนื้อร้อง และเมโลดี้ บางเพลงของท่านออกไปทางแจ๊สเลยครับ น่าทึ่งมากๆ
ผมคิดว่าดนตรีเป็นเรื่องของพรสวรรค์ อันนี้มีส่วนสำคัญจริงๆ ครับ

Acousticthai: หลังจากทำงานในห้องอัดจบ ผลงานเพลงออกมาเป็นอย่างไรบ้างครับ
บอย: เรามีเพลงติดชาร์ตแบบแรงๆ ดังทั่วประเทศ ก็คงต้องพูดถึงเพลง “สัญญา” เพลงนี้พี่บอมแต่งครับ แล้วก็เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมาก และเป็นเพลงในเดโมแรก เพลงนี้ได้มากจากความรักครั้งแรกของผม เราคบกันมาก 5 ปี แต่สุดท้ายเราก็เลิกลาจากกัน พี่บอมก็หยิบเอามาตอกย้ำผมด้วยเพลง “สัญญา” และมันก็ได้ผล

Acousticthai: ถ้าจำไม่ผิดจะมีอีกเพลงที่ติดซาร์ตแรงๆ เช่นกัน
บอย: ใช่ครับ ชื่อเพลง “รักเธอ”

Acousticthai: เล่าถึงเพลง "รักเธอ" ให้ฟังหน่อยครับ
บอย: เพลง"รักเธอ" เป็นเพลงที่เกิดจากคุณบุ้ม ปราถนาชัยโรจน์ ซึ่งเธอก็คือรองนางสาวไทยปีเดียวกับคุณป๊อบ อารียา ซึ่งเราก็เป็นเพื่อนกัน

เรื่องคือ มีผู้ชายคนคนหนึ่งเข้ามาชอบเธอ มาหลงรักเธอ ผู้ชายคนนี้ก็เขียนเพลง "รักเธอ" ขึ้นมา เขาถือมาให้เรา แล้วบอกว่า อยากจะให้เราพิจารณาในการนำเอาเพลงของเค้าไปลงในอัลบัมของสินเจริญ  เขาพูดว่า เขาคงไม่สามารถที่จะเขียนเพลง ที่สามารถสื่อถึงความรักที่มีต่อผู้หญิงของเขาได้ในแบบนี้อีกแล้ว เค้าหยิบกีต้าร์ขึ้นมาแล้วเล่น ร้องให้เราฟัง เราชอบ...

พี่บอมก็เอามาลงมือ ทำ
arrange หาเมโลดี้ท่อนขึ้นท่อนจบให้กับมัน ตกแต่งดนตรีในแบบสินเจริญ แต่จะว่าไป เราแทบไม่ต้องจะตัดถอน หรือปรับอะไร คือเค้าเขียนออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่ดี ดังนั้น นอกจากเพลงสัญญา ที่ทำให้ใครๆ รู้จัก “สินเจริญ บราเธอร์ส” เพลง รักเธอ ก็คืออีกเพลงที่ใช่

Acousticthai: ทางอีเอ็มไอ วางแผนเป้าหมายกับยอดขายไว้มากไหมครับ
บอย: ทางค่าย หรืออีเอ็มไอ ต้องการ 30,000 แผ่น ถ้าทำได้ เค้า happy แล้ว  และถ้าทำได้ นั่นก็คือ เราก็จะได้ส่วนแบ่ง เราจะได้ตังค์ครับ

Acousticthai: ยอดขายเป็นอย่างไรบ้างครับ
บอย: เราทำได้ 100,000 แผ่น ซึ่งถือว่า เราพอใจมากๆ ครับ ทางค่ายก็มีความสุข ทุกๆ ฝ่าย Happy

Acousticthai: หลังจากอัลบัมแรก เกิดอะไรขึ้นต่อครับ
บอย: ตอนนั้นอีเอ็มไอหยุดทำเพลงครับ เป็นเรื่องของการเจรจา และนโยบายจากบริษัทแม่ กับทิศทางของการที่จะมีนโยบายทำเพลงไทย หรือไม่ทำ สรุปคือ หยุดนโยบายตรงนี้ ชุดสองเราจึงต้องย้ายบ้านไปอยู่โซนี่ และออกกับโซนี่ไม่ประสบณ์ความสำเร็จ เราไม่ได้ทำงานกันเองเอย่างเต็มที่หมือนตอนอยู่ อีเอ็มไอ จากที่เคยได้ทำร้อยเปอร์เซ็น มันไม่มีแล้ว เพลงโปรโมทเราก็ไม่ได้เขียน เพลงที่เราเขียนไม่ได้โปรโมท เราทำงานกันแบบหาจุดตรงกลางไม่ได้ ประชุมแต่ละครั้งเครียด สุดท้ายก็แยกจากกันไป เราหยุดบทบาททั้งหมดลง

 

เรื่องราวของ “สินเจริญ บราเธอร์ส” ยังมีให้ติดตามกันต่อ “สินเจริญ บราเธอร์ส” จะเดินทางไปสู่จุดไหนต่อ...
คุณบอมชอบที่จะสะสมกีต้าร์อะคูสติค ซึ่งถือเป็น Collector คนนึ่งของเมืองไทย และคุณแอน นันทนุญหลง สมาชิกใหม่ของครอบครัวสินเจริญ ติดตามเรื่องราว (ตอนที่สอง) ของครอบครัวสินเจริญ ที่ Acousticthai.net เร็วๆ นี้

Acousticthai ขอฝากวาทะ เป็นประโยคที่น่าฟัง ซึ่งได้แง่คิด ของคุณบอม พี่ชายคนโต ของครอบครัวสินเจริญ:
“รสนิยมในการเสพเพลงของเรา เราเหมือนดื่มกาแฟ ชานมเย็น แต่ขณะเดียวกันเราก็ดื่มแป๊ปซี่ด้วย" คือเราเปิดกว้าง...
หลักการทำงานของเรา เราจะไม่เคยหยิบเพลงของคนศิลปินดังๆ มาฟัง แล้วก็บอกว่าชอบลายนั้นลายนี้
แล้วเอามาใช้ แต่เราจะนั่งคุยกันว่า
สองปีสามปีที่ผ่านมา เราเจออะไรกันมาบ้าง แล้วหยิบมาเป็นแนวทาง เป็นเพลงของเรา นั่นก็คือ เราไม่ศึกษาจากของใคร
ไม่ใช่ว่าเราตั้งตนเป็นเอกเทศ แต่เราไม่ชอบที่จะทำในแบบอื่นๆ นอกจาก... แบบที่เราเป็น
.

- บทเพลง "สัญญา" บทเพลงที่ยอดเยี่ยม และได้รับความนิยมสูงสุดจากอัลบัมแรก โดย “สินเจริญ บราเธอร์ส”
โดย : บอย – ธนัญชัย (น้องคนเล็ก), เบิ้ล – ธีรยุทธ (คนกลาง) , และบอม – สุทธิศักดิ์ (พี่ชายคนโต) ผู้นำทางเดินให้กับน้องๆ

 

โดย
Acousticthai.com / Acousticthai.net
20/09/2007

 

[อ่านต่อ ตอนที่ 2]