 |
|
Album comment
|
|
วันศุกร์ที่ 13
เมษายน ที่เพิ่งผ่านมา หวังว่าทุกๆ ท่าน
คงจะสนุกสนานกับการหยุดพักผ่อน และเล่นน้ำสงกรานต์กันนะครับ
สำหรับผมไม่ได้ไปไหน ก็เลยโทรฯ นัดแนะสมัครพรรคพวกในเวปฯ
ดูว่าจะมีใครว่างๆ เืพื่อมาเจอกันที่ร้านกาแฟสตาร์บัค
(star buck coffee)
ซ. หลังสวนบ้าง
ซึ่งสถานที่นี้กลายเป็นหนึ่งสถานที่ ที่เรานัดเจอพูดคุย/เล่นดนตรีกันไปแล้ว
สรุปก็มากัน 5 คน คือคุณ Call, คุณ Folkenman, คุณปู กีต้าร์ปะ,
คุึณเล็ก และผม
ซึ่งต้องบอกว่า ทางร้านก็ยินดีต้อนรับพวกเรามากๆ
ในตอนกลับทางร้านยังบอกว่า วันหลังเชิญมาอีกบ่อยๆ
และหากต้องการเครื่องขยายเสียงจะ
เตรียมไว้ให้
และจะจัดสถานที่ไว้ให้ คือให้เล่นกันแบบเต็มที่
แต่มีเงื่อนไขว่า... ห้ามเรียกค่าตัว
เพราะร้านไม่มีงบประัมาณค่าตัวนักดนตรี (Ha...)
และนี่ก็คือคำพูดบางส่วนของทางร้าน ที่ทำให้เรารู้สึกดีกับ
star buck สาขานี้มากๆ
ผมได้ยินมาว่าร้าน star buck สาขานี้
เมื่อก่อนเคยมีดนตรีเล่นสดๆ ด้วย ร้าน star buck สาขานี้
เห็นทีพวกเราต้องช่วยกัน
ประชาสัมพันธ์ ให้พวกเราเข้าไปอุดหนุนเขาบ่อยๆ
เพราะถือว่าเขามีส่วนช่วยทำให้เรามีที่เล่น และพบปะพูดคุย
ในเรื่องของดนตรียุค 70' อย่างน้อยมองมุมหนึ่งก็คือ
เขามีส่วนช่วยในการสนับสนุนศิลปะทางด้านดนตรียุค 70'
ในวันนั้น... คุณ Folkenman ก็มาร่วมพูดคุย/เล่นดนตรี
แลกเปลี่ยนความรู้ และมุมมองทางด้านดนตรีกัน ซึ่งคุณ folkenman
มาเป็นขาประจำอยู่แล้ว แกถือแผ่นซีดีที่ไม่มีปกหน้า
แต่ยังมีปกหลังที่บอกรายชื่อเพลงอยู่ และยื่นมาให้ผม
นั่นก็คืออัลบัมของศิลปินคู่ในยุค 70' อีกคู่หนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่า
ฝีไม้ลายมือ และคุณภาพของงานเพลงอยู่ในระดับแถวหน้าๆ
ของยุคนั่น
ผมกำลังจะกล่าวถึงผลงานของ Seals and Crofts
กับอัลบัม
"Summer Breeze"
Seals and Crofts
ทำอัลบัมร่วมกันชุดแรกเมื่อปี 1969
ใช้ชื่ออัลบัมว่า "Seals and Crofts"
และได้ออกอัลบัมตามมาอีกหลายชุด
แต่ชุดที่ทำให้เขาทั้งสองคนเป็นที่รู้จัก
และประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือผลงานอัลบัมชุด
"Summer
Breeze"
 |
Dash Crofts and Jimmy Seals
วางแนวดนตรีแบบ Folk
Rock
ซึ่งเครื่องดนตรีที่โดเด่นมากๆ ก็คือ Acoustic
Guitar, Classic Guitar และ Mandolin
ซึ่งทั้งสองคนต่างก็มีความสามารถและเชี่ยวชาญในการเล่นเครื่องสายเป็นอย่างดี
ซึ่งหลักๆ แล้ว Crofts จะรับหน้าที่เล่น Mandolin,
สำหรับ Seals จะรับหน้าที่เล่น Acoustic/Classic
Guitar
แต่ในบางครั้งเขาก็จะสลับกันเล่น
ซึ่งก็่เช่นเดียวกันกับการเขียนเพลงและเรียบเรียงดนตรี
ซึ่งทั้งสองต่างมีบทบาทที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน
นั่นจึงทำให้ผลงานของเขาทั้งสองได้รับการยอมรับและประสบผลสำเร็จมากในยุค
70' แต่ในบ้านเราอาจจะคุ้นเคยในบทเพลง Summer Breeze
แต่ใช่ว่าจะมีแค่บทเพลงนี้เท่านั้นที่ขึ้น Billboard chart
และประสบความสำเร็จ แต่บทเพลงอย่างเช่น Diamond Girl, Wind
flowers, Unbord child, Get closer ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยในอเมริกา
|
|
 |
Seals and Crofts
"Summer Breeze" Album (1972)
ผลงานชุดนี้ขึ้นใน billboard chart ได้ถึงอันดับ 6
เมื่อวันที่ 25/11/1972 และแน่นอนว่า คอเพลงยุค 70'
ต้องรู้จักบทเพลง Summer Breeze เป็นอย่างดี (แต่หากใครยังไม่เคยฟังก็คงจะได้ลองฟังจากตัวอย่างเพลงด้านล่างของ
Album Comment นี้)
การออกแบบท่วงทำนองของบทเพลง Summer Breeze ทำให้เกิดความรู้สึกชอบ
และฟังติดหูได้ไม่ยากเย็น แทบไม่น่าเชื่อว่าสำเนียงคอร์ด Em
ที่เริ่มเล่นจากสายเปล่าที่ 6 (E) ที่ผ่านมายัง C
แค่สองคอร์ดในท่อนขึ้น จะทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าบทเพลงนี้มีมนต์ขลังพอ
ที่สามารถสะกดให้เราตั้งอกตั้งใจฟังอย่างเสียไม่ได้
และแน่นอนว่าการเรียบเรียงเสียงประสานของเขาทั้งคู่
ก็ยิ่งทำให้บทเพลงนี้่มีเสน่ห์อย่างมากขึ้นทีเดียว
และีนี่ก็คืออีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดขายของเขา
|
Humming bird
I just love you, love you, love
you. I don't even know the reason why.
Hummingbird don't fly away, fly away. Hummingbird don't fly
away, fly away.
บทเพลงที่แสดงถึงความอาลัยอาวรแด่หญิงคนรัก
การแสดงซึ่งอารมณ์ของการเหนี่ยวรั้ง
ซึ่งผู้เขียนเนื้อเพลงคงจะเปรียบหญิงอันเป็นทีรัก เป็นเสมือนนก
Humming Bird (ผู้เขียนเข้าใจว่าแบบนั้น)
บทเพลงนี้ทำภาคดนตรีได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ การผสมผสานระหว่าง
Classic Guitar, Madolin และ Flute ทำให้บทเพลงนี้ยอดเยี่ยมมาก
ดนตรีท่อนแยกทำได้แปลกดี และสำหรับผมเอง ผมว่า...
ท่อนแยกนี่แหละที่โดนใจจริงๆ
แตกเมโลดี้ได้อย่างเยี่ยมยอดจริงๆ
Funny little man
ผมขอแนะนำให้กับผู้ที่ชื่นชอบสำเนียงเสียงของ Classic Guitar
ได้ลองฟัง เพราะเพลงนี้ Classic Guitar รับบทเป็นพระเอก
และจุดเด่นอีกอย่าง
ก็คือเน้นเสียงประสาน
ซึ่งมีความไพเราะมากเช่นกัน
East of Ginger tree
ให้ความรู้สึกเร้าอารมณ์ดี เนื่องจากภาคดนตรีที่หนักขึ้น Seals
and Crofts ยังคงเน้นเครื่องดนตรีอย่าง Claasic Guitar และ
Mandolin โซโล
เป็นหลัก
Fiddle in the sky
บทเพลงนี้น่าจะเป็นบทเพลงเดียวที่ฟังได้แบบสบายๆ หมายถึงว่า...
ภาคดนตรีไม่หนัก ไม่เคร่งเครียด ไม่ใส่อารมณ์เพลงลงไปมาก
ฟังไปแล้วออกจะมีกลิ่นไอของ Country-folk rock ผสมความเป็น
Bluegrass นิดหน่อย อาจจะเพราะว่าบทเพลงนี้มีการนำเอา Fiddle
มาเป็นตัวชูโรง ผสมผสานเข้ากับ Acoustic Guitar
บทเพลง Fiddle in the sky เป็นบทเพลงที่ Jimmy Seals เขียน
และพูดถึงเพื่อนเขาคนหนึ่งที่ชอบเล่นเครื่องดนตรีอย่าง Fiddle
มากๆ และยังเล่นได้เก่งมากๆ ทุกๆ ครั้งที่ Seals
ได้เห็นและได้ฟังเขาเล่น Fiddle เขาจะรู้สึกหลงไหล ประทับใจ
บางครั้งบางเพลงทำให้เขาน้ำตาซึม และตัว Seals เองก็อยากจะเล่น
Fiddle ได้บ้าง มีอยู่ช่วงตอนของเพลงที่เล่าว่า
ตัวเขาเคยพยายามที่จะหาโอกาสขโมย Fiddle จากเืพื่อน
ซึ่งเข้าใจว่าคงจะเป็นเพียงมุขตลกๆ
ตอนหลังเพื่อนต้องการเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไปซ่อมบ้าน
แต่ไม่มีเงิน ก็เลยเอา Fiddle มาจำนำไว้กับ Seals หลังจากได้
Fiddle นั้นมา เขาก็เลยเล่นมันแบบไม่หยุดหย่อย
ซึ่งดูได้จากเนื้อเพลงตอนสุดท้ายที่พูดว่า...
Gonna play 'til the angels dance in the sky.
Lord, I'll play this fiddle 'til I die. I'll play
this fiidle 'til I die.
I'll play this fiddle 'til I die. I'l play this
fiddle in the sky.
ผมเข้าใจว่าก็คือเล่นแบบ "เป็นบ้าเป็นหลัง"
นั่นแหละครับ
"Fiddle เป็นเครื่องดนตรีหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมเล่นในหมู่ชาว
Scots"
 |
The boy down the road
บทเพลงอันเศร้าสร้อย ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
ที่เคยมีความผูกพันธ์และการอยู่ร่วมกันกับหญิงอันเป็นที่รัก
แต่แล้ววันหนึ่งก็มีชายผู้หนึ่งมาพลากตัวเธอจากไป
บทเพลงนี้แต่งโดย Jimmy Seals โดยใช้เครื่องดนตรีอย่าง
Acoustic Guitar เป็นตัวหลัก และโซโลโดย mandolin
และหากฟังไม่ผิดก็น่าจะมีเครื่องดนตรีอย่าง Pedal steel
เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากนึกไม่ออกว่าเสียง Pedal steel
เป็นอย่างไร ก็แนะนำลองฟังเพลง Best of my love ของคณะ The
Eagles ดูนะครับ |
|
นอกจากบทเพลงที่กล่าวๆ
มาข้างต้นแล้ว บทเพลงอื่นๆ ในผลงานชุด "Summer Breeze"
ก็ล้วนเป็นบทเพลงที่น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง แต่ปัญหามีอยู่ว่า
ร้านขายซีดีใน
บ้านเราจะไม่มีวางจำหน่าย
ที่เคยพบเห็นก็จะมีชุด Greatest Hits หน้าปกสีฟ้าๆ
เป็นการรวบรวมเพลงดีๆ ไว้จำนวน 10 เพลง
นับว่าเป็นการรวมเพลงชุด Greatest Hits ที่น้อยเพลงมากๆ
ซึ่งปกติ และโดยมากแล้ว การทำ Greatest Hits
น่าจะมีเพลงไม่น้อยกว่า 15 เพลง
ดังนั้้นหากท่านใดอยากจะฟังเต็มๆ จากอัลบัม Summer Breeze
ก็คงต้องสั่งจากเมืองนอกเอานะครับ ผมเห็นในเวปต่างประเทศยังมีจำหน่ายอยู่
แต่ก็พบเห็นไม่บ่อยนัก
|
|
* ขอขอบคุณพี่
Folkenman
สำหรับการเอื้อเฟื้อในการให้ยืมแผ่น Seals and Crofts อัลบัม
"Summer Breeze" มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ * |
By Jim
16/04/2006
|
|
|
|