 |
ความฝันเราก่อตัวขึ้นที่ร้าน American
Dream ที่ซึ่ง Bob Taylor
ทำงานเป็นช่างทำกีต้าร์ในร้าน
American Dream ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ
โดยมี Sam Radding
เป็นเจ้าของ ในปี 1973
: Kurt Listug
หวนรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ
ตอนที่เรายังไม่ได้นับหนึ่งกับ Acoustic
Taylor...
|

|
Kurt Listug
ผู้ก่อตั้ง Taylor ณ El Cajon, California,
ย้อนกลับไปปี October 15, 1974
การเริ่มต้นของ Taylor ต้องใช้ความพยามอย่างสูง
เขาเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ในห้องทำงาน
ที่เต็มไปด้วยขี้เลื่อย น้ำที่ขัง
มันเป็นสถานที่
ที่แย่เอาเสียมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่ในตกหนักๆ
ตอนนั้น Kurt Listug เป็นเพียงเด็กวัย 22
ปีเท่านั้น
ซึ่งตอนนั้นเขาคิดแค่เพียงว่า
เขาอยากจะทำ
กีต้าร์ มันคือแค่อยากสร้างกีต้าร์ตามที่เขาชอบ
และรักที่จะทำมัน เขาไม่มีเจ้านาย
แต่เขาทำมันด้วยใจรัก เขาย้อนกลับไปคิดถึงในวันเก่าๆ
นั้น มันไม่มีอะไรจริงๆ เราแค่อยากทำกีต้าร์
|
Kurt Listug เล่าว่า
มันไม่ง่ายที่เขาจะสร้างกีต้าร์ที่เขารักขึ้นมาสัก
1 ตัว มันเป็นจุดเริ่มต้นของเด็กวัย 22 ปี
Kurt Listug และ Bob taylor
เราเริ่มต้นกันแบบเล็กๆ แต่ใครจะรู้ว่าวันนี้เรา...
ในนาม Taylor ได้กลายเป็นกีต้าร์ระดับโลก
มันเป็นเช่นตัวแทน Acoustic guitar
company ที่เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของอเมริกัน
ความสำเร็จทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ผม
แต่มันรวมถึง วัสดุ อุปกรณ์ แรงงาน ผู้คนที่ซื้อ
Taylor สิ่งเหล่านี้มันทำให้เขาได้ระลึก
ถึงอดีต
คนงานของ Taylor ส่วนใหญ่ตั้งแต่อดีต และปัจจุบัน
ส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับ Taylor อยู่
มันเป็นความผูกพันธ์
|
 |
Kurt Listug บอกว่า
ครั้งแรกที่เขาสะดุดใจในเรื่องการสร้างกีต้าร์
ก็คือวันหนึ่งบนถนน San Diego
เขามองเห็นร้าน Blue guitar
ตอนนั้นเขาคิดเพียงว่า
กีต้าร์มันเป็นอะไรที่เท่สุดๆ แล้ว
เขาจึงคิดอยู่ในใจว่าไม่มีอะไรที่ดี
หรือเท่กว่าการทำงานเกี่ยวกับกีต้าร์อีกแล้ว
วันหนึ่งเขา Kurt Listug เข้าไปหา Sam Radding,
เจ้าของร้าน American Dream ที่ทำกีต้าร์
เขาตัดสินใจเลิกงานประจำ (งานทาสีตึกในมหาวิทยาลัย)
แล้วเขาไปทำงานกีต้าร์ตามที่ตั้งใจไว้
|
ตอนนั้น Bob taylor ก็แวะเวียนมาที่ร้านนี้ด้วย
เขาชอบเอากีต้าร์ที่ทำขึ้นเองมาให้
Sam ดู
แต่ Sam ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย
(แต่ตอนหลังไม่นานนัก
เขาก็กลายเป็นทีมเดียวกัน)
Bob Taylor
มีความตั้งใจอย่างมาก
ที่จะสร้างกีต้าร์ขึ้นมา
เขาพยายามนำกีต้าร์
ที่เขาได้ทำมันกับมือ ให้ Sam
ดู เขาพยายามจะบอกกับ Sam
Radding ว่า เขา มีความสามารถพอที่จะทำสิ่งนี้
ในปีแรกๆ ในร้าน American dream ทั้ง Bob Taylor
และ Kurt Listug มีโอกาสได้สร้างกีต้าร์รวมกันบ้าง
แต่งานส่วนใหญ่กลับเป็นการซ้อมมากกว่า
|
 |
Bob Taylor
เดินเข้าออกร้านบ่อยมากๆ จนกระทั่ง ทั้ง Kurt
Listug และ Bob Taylor
สนิทกันมา
เรียกว่าเป็นคู่ซี้กันไปเลย ตอนนั้น
Bob taylor อายุ 18 ปี ส่วนผม 20 ปี
Bob Taylor ดูภายนอกแล้ว
เขาอาจจะดูเหมือนเป็นคนที่ดูหาวๆ
และความเป็นจริงเขาเป็น
คนที่อ่อนน้อม
สุภาพ และไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
Bob Taylor เป็นคนที่ดูแปลกๆ
ออกไปจากเด็กธรรมดาในวัยเดียวกัน เขาชอบเข้าโบสถ์
ครอบครัวอบอุ่น เขาไม่เคยมีเรื่องชกตอย ยาเสพติด
หรือทำเรื่องวุ่ยวายให้กับครอบครัว
Bob Taylor เป็นคนเรียนเก่ง
|
|
ปี 1974 Sam Radding,
เจ้าของร้าน American Dream ตัดสินใจเลิกกิจการ
และต้องการขายกิจการนี้ ตอนนั้นพนักงานในบริษัทแบ่งเป็น 2
กลุ่ม
ซึ่งตอนนั้นแต่ละฝ่ายต่างก็พยายมหาเงินมาเพื่อที่จะขอซื้อ
America dream ต่อจาก Sam Radding และในที่สุดทั้ง Kurt
Listug, Bob Taylor และ Schemmer (เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง)
ก็สามารถหาเงินมาซื้อ America dream ต่อจาก Sam Radding
จนได้
|
 |
หลังจากที่พวกเขาเข้ามาดำเนินกิจการต่อจาก Sam
Radding พวกเขาก็เปลี่ยนชื่อร้านใหม่
เดิมจากชื่อ
America dram เปลี่ยนมาเป็น
Westland music company
พวกเขาคิดว่า
ชื่อนี้น่าจะเป็นชื่อที่ทำให้คนประทับใจ
และคิดว่าพวกเราใหญ่กว่าที่พวกเราเป็น
หุ้นส่วนทุกคนต่างเห็นพ้องว่าเราต้องทำเครื่องหมายการค้า
คือ ถ้าเราจะทำกีต้าร์ของเรา
เราต้องมี Brand ของเรา
เหมือนที่ทุกๆ คนทำกัน เขามักจะนำ Logo หรือ
Trademark
(เครื่องหมายการค้า)
ไว้ตรงตำแหน่งหัวกีต้าร์ (headstock)
|
Kurt Listug มีความเห็นว่า Bob Taylor คือนักผลิต
หรือผู้สร้างกีต้าร์ที่แท้จริง ดังนั้น
พวกเขาจึงเปลี่ยนชื่อกีต้าร์แต่ละตัว
ที่มีอนู่ในร้านเป็น
(Bob) Taylor พร้อมทั้งใช้ชื่อนี้เป็นเครื่องหมายการค้าของพวกเขาด้วย
และนี่ก็คือที่มาของคำว่า Taylor
ที่ปรากฎอยู่บน หัวกีต้าร์ (Headstock)
Taylor
ที่เราได้เห็นอย่างคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างเช่นทุกวันนี้
|
 |
พวกเขาพยายามที่จะคิด
และสร้างความแตกต่างจากกีต้าร์ที่มีขายอยู่ในตลาด
ในช่วงแรกๆ
ในการผลิต เขาพบปัญหาต่างๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องริ้วรอยด้านหน้า หรือในแผ่นหลัง
มันจึงยังไม่ดีพอในความรู้สึกของพวกเขา
ในปี 1976 ทั้ง Kurt Listug และ Bob Taylor ออกหา
Dealers ด้วยตัวเอง
บางครั้งเราเดินเข้าไปในร้าน Dealer
หลังจากคุ่แข่งเพิ่งเดินออกมาก่อนหน้าเราสักครู่นี้เอง
ในขณะนั้น Taylor guitar
ได้เป็นกีต้าร์มาตาฐานที่ดีตัวหนึ่งในตลาด
แต่รายรับในการขายกีต้าร์
ก็ไม่ได้มากมาย
แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาดำเนินกิจการต่อไปได้
|
ขณะที่ Kurt Listug และ Bob Taylor
เข้ามาดำเนินกิจการ Taylor Guitar
ระยะนั้นถือเป็นช่วงตกต่ำของตลาด Acosutic
เขาจึงทำงานหนักเป็นสองเท่า
|
| |
Acoustic Guitar
of Taylor - Body shapes :
วิธีการเรียกรูปทรงของกีต้าร์โปร่งเทเลอร์
ซึ่งมีรูปทรงต่างๆ ต่อไปนี้
1. Dreadnoughts (x10)
เช่น 810 เป็นต้น
2. Grand Concert (x12)
เช่น 412
เป็นต้น
3. Grand Auditorium (x14)
เช่น 514, ...ถ้าเป็น 12
สาย จะเป็น x54 เช่น
554 เป็นต้น
4. Jumbo (x15)
เช่น 315, ...ถ้าเป็น 12
สาย จะเป็น x55 เช่น 355
เป็นต้น
5. Grand Symphony (GS)
ซึ่งทั้งหมด จะใช้
Taylor's Expression System (pickup system)
|
| |
โปรดติดตามตอนต่อไป :
(soon...) |
|
|Back| |