108 Review
 รีวิว แนะนำครื่องดนตรีอะคูสติก Acoustic Guitar, Pickup, Preamp, Amplifier, Microphone, Jack-Cable, Vocal Processor, DI Box, Mixer, PA และอื่นๆ
 

 Product review: Washburn Acoustic Amplifier W30 Distributors: Music Collection

 

specifications:
XLR Mic input.
30 Watts.
Piezo tweeter
10" Speaker.
3-Band EQ.
Mid sweep.
Reverb/Chorus.
Headphone jack.
Weight: 1 lb


Acoustic Guitar Amplifier "Washburn WA30" เป็นอะคูสติกแอมป์อีกรุ่นที่น่าสนใจ
ในราคาที่ไม่สูงนัก ให้กำลังวัตต์ 30 watts ซึ่งสามารถตอบสนองการเล่นในพื้นที่ปิด
และในพื้นที่เปิดโล่ง ด้วยน้ำหนักเพียง 1 lb. จึงสามารถเลื่อนย้ายได้คล่องตัว กับดอกลำโพงขนาด
10 นิ้ว และยังมี Piezo tweeter เพื่อบูทเสียงแหลมติดมาด้วย
 


คุณสมบัติที่น่าสนใจ... เริ่มจากในส่วนของ Microphone:
Washburn WA30 ทำ Line-In เพื่อรองรับในส่วนของไมค์ Input แบบ XLR
และยังมี Line-In ชนิดแบบ Balanced มาให้อีกด้วย
ในส่วนของ LINE-IN แบบ XLR นี้ ยังสามารถใช้งานกับกีต้าร์ชนิด
ที่มีช่องแจ๊คแบบ XLR ได้อีกด้วย จึงช่วยให้เสียงมี Power มากขึ้น

ข้อดีของหัวแจ๊คชนิด XLR คือความชัดเจน ความหนาของเสียง
ความดังของเสียงจะมีมากกว่าชนิด Mono, ซึ่งหัวแจ๊คแบบ XLR
จะประกอบด้วย 3 wires คือ
สายที่ 1 เป็น Ground
สายที่ 2 เป็น Hot (+)
สายที่ 3 เป็น Cold (-)

ก็คือสายทั้งสามสายเป็นแบบ Balance (สังเกตจากรูปหัว XLR ด้านบน) จุดเด่นอีกอย่างของแจ๊คแบบ XLR
คือไม่มีเสียง Noise รบกวนขณะเล่น
แต่อย่างไรก็ตามหัวแจ๊คอีกข้างหนึ่ง ก็ต้องเป็นแบบ XLR ด้วย เข้าใจง่ายๆ ว่า
ทั้งระบบต้องเป็น Balance จึงจะสมประสงค์กัน

แต่อย่างไรก็ตาม Washburn WA30 ก็ยังไม่ลืมที่จะมี Line-In ชนิด 1/4" มาให้,
เพื่อการรองรับของอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อใน Line-In
ทำให้ไม่มีปัญหาการใช้งาน แม้คุณจะไม่มีหัวแจ๊คชนิด XLR,

ในส่วนของ Lin-In ในตำแหน่ง Microphone นี้ ไม่ใช่ชนิด Mono แต่เป็น Balance(stereo) ในตัว
ตามหลักการนี้ ถ้าเราใช้หัวแจ๊คแบบ Stereo ผลที่ได้ก็น่าจะเทียบเคียงได้กับช่อง XLR, สำหรับช่อง Balanced นี้
แนะนำให้ใช้หัวแจ๊คแบบ Stereo จะได้ผลลัพท์ของเสียงที่ดีที่สุด

ในส่วนของ Microphone: มีปุ่มควบคุม (Volume Control) หลัก
สำหรับควบคุมสัญญาณจากช่อง Balanced และช่อง Input (แบบ XLR)
จากการทดสอบ ผู้เล่นใช้พื้นที่แบบปิด ซึ่งมีขนาดมากกว่า 40 ตรม.
เพียงปรับปุ่ม Volume ไปที่ 9 ถึง 10 นาฬิกา ก็สามารถให้เสียงกระจายทั่วพื้นที่ เรียกง่ายๆ ว่า เอาอยู่สบายๆ

 

ในส่วนของ GUITAR: มี Input มาให้ 1 ช่อง ในความหมายนี้คือ
รองรับ Acoustic Guitar ได้ 1 Line, พร้อมปุ่มควบคุม (Volume)
ซึ่งแยกต่างหากเป็นอิสระ ทำให้คล่องตัวในการควบคุม

แม้ว่าในส่วนของ Guitar-Line inจะมีเพียง 1 ช่อง แต่จากการทดสอบครั้งนี้
ผู้ได้เล่นทดสอบโดยการนำกีต้าร์ 2 มาต่อ Line-In เพิ่ม
คือเสียบสายแจ๊คเข้าไปในช่อง BALANCED และ INPUT(XLR)
ผลคือ เสียงที่ออกมาสามารถเทียบเคียงกันได้กับช่อง GUITAR-INPUT

นั่นหมายถึงว่า หากผู้เล่นต้องการจะแจมกันหลายๆ LINE ก็สามารถทำได้ เช่น GUITAR 2 ตัว ไมค์ร้อง 1 ตัว
ทำได้โดย GUITAR ตัวที่ 1 ต่อเข้า Line ของ GUITAR-INPUT
GUITAR ตัวที่ 2 ต่อเข้า Line ของ Microphone โดยสามารถต่อเข้าได้ทั้งช่องสัญญาณ BALANCED
หรือจะช่อง INPUT(XLR) ก็ได้
ส่วนไมค์ร้อง (MICROPHONE) ให้ต่อเข้าได้ทั้งช่องสัญญาณ BALANCED และ INPUT(XLR) แล้วแต่สะดวก
สรุปจากวิธีการข้างต้น... ทำให้เราได้กีต้าร์ 2 ตัว และไมค์ร้อง 1 ตัว

EQUALIZATION-3 BAND (EQ)
Bass, Middle & Treble

ในส่วน EQUALIZATION: จะมี 3 ส่วนในการปรับความถี่
คือ BASS MIDDLE และ TREBLE คือปรับได้ทั้งย่านต่ำ กลาง สูง และลูกเล่น
อีกอย่างที่น่าสนใจของ Washburn WA30 คือ มีทั้ง CHORUS และ REVERB มาให้
เพื่อตอบสนองความต้องการ ของผู้ที่ชอบเล่นกับเสียง
ในแบบที่แตกต่างจากเสียงปกติ โดยสามารถกด ON/OFF
เพื่อเล่น CHORUS และ REVERB ได้อย่างสนุกสนาน

- ส่วนของ REVERB น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการได้เสียงแบบนุ่มนวลๆ จากการตีคอร์ด (ในกรณีเล่นกีต้าร์)
คือซาวน์ที่ออกมาจะไม่แห้ง เรียกว่าเป็นการปรุงแต่งน้ำเสียงให้มีมิติ มีน้ำมีนวล หรือ Smooth มากขึ้น
ส่วนจะปรับมากน้อยแค่ไหน ควรจะดูจากสถานที่เล่นเป็นสำคัญด้วย
เช่น เป็นที่เปิด หรือที่ปิด, ถ้าเป็นที่ปิดก็ควรจะดูองค์ประกอบอื่นๆต่อ เช่นเป็นห้องผนังปูน หรือกระจก
กรณีเป็นห้องกระจก... หากปรับ REVERB มากเกินไป เสียงที่ออกมาอาจจะรกฟังแสบหู
ถ้าเป็นผนังปูน ก็สามารถปรับได้มากขึ้นอีกสักหน่อย เพราะเจ้า REVERB เป็นการจำลองของเสียงสะท้อน
ดังนั้น ควรจะให้ความสำคัญกับการสะท้อนของเสียงด้วย

- ส่วนของ CHORUS น่าจะเหมาะสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเพิ่มมิติ หรือชั้นของเสียง
ถ้าในส่วนของ GUITAR น่าจะเหมาะกับการเล่นแบบ
Finger Picking คือจะทำให้โน๊ตแต่ละตัวมีมิติมากขึ้น และยังเพิ่มความกังวานให้กับน้ำเสียงที่ออกมา,
ในส่วนของ SPEED คือความไวของเสียง
ที่คอรัส และ DEPTH จะสามารถเพิ่มความหวานของเสียงได้

จากการทดสอบ ทุกๆ Function ทุกๆ ย่านเสียงที่ทดสอบ, WA30 ให้เสียงที่นุ่มนวล ไม่กระด้าง
และมีความกังวาน ได้ซาวน์แบบอะคูสติกที่ดี


ด้านหลัง Washburn WA30 มีอะไรบ้าง?
เจ้า CHORUS FOOT SW ซึ่งหน้าที่ของมันก็คือ เอาไว้ควบคุมการเล่น CHORUS หรือ on-off CHORUS
ในกรณีที่ผู้เล่นมีการต่อเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Effect ต่างๆ นอกนั้นยังมี LINE-OUT
แบบ MONO ซ้าย (L) ขวา (R) ซึ่งเพิ่มลูกเล่น และความสะดวกให้กับผู้ใช้เป็นอย่างมาก
หลักการก็คือ... สามารถทำให้เจ้า Washburn WA30 ตัวนี้เป็นมอร์นิเตอร์ (Monitor) หรือหน้าตู้ได้
เช่นกรณีที่นำไปใช้ในร้านอาหาร(Pub) ในตำแหน่งของเวที ที่ซึ่งนักดนตรีจะต้องนั่งหรือยืนเล่น
ความเหมาะสมคือควรมีมอร์นิเตอร์ให้กับนักดนตรี เพื่อให้นักดนตรีสามารถได้ยินเสียง
ที่เล่นออก มาได้ชัดเจน จึงทำให้ง่ายต่อการปรับซาวน์ให้เหมาะสม ดังนั้น LINE-OUT นี้
จึงทำเป็น Monitor ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

OVERALL:
ทั้งหมดคือคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Washburn - Acoustic Amplifier: WA30
ซึ่งนอกจาก จะเหมาะกับผู้ที่จะนำไปใช้ในห้องซ้อม, หรือพื้นที่ภายในบ้านแล้ว,
เจ้า WA30 ยังสามารถใช้งานกับร้านอาหารได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ/มองหา Acoustic AMP ดีๆ ราคาไม่สูง และมีลูกเล่นพอตัว
ไม่ควรจะพลาด...ที่จะต้องไปพิสูจน์คุณสมบัติ ความสามารถ และคุณภาพของเจ้า "Washburn WA30"
ว่าตรงกับรสนิยมของท่านจะชอบหรือไม่?!

สามารถทดสอบคุณภาพ Washburn - Acoustic Amplifier: WA30 ได้ที่ Music Collection ทุกๆ สาขา
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ Music Collection ทั้ง 12 สาขา (ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด)
โทร. 02-477-8601, 02-876-4634 หรือทาง Website: www.music.co.th

Washburn - Acoustic Amplifier: WA30
ราคาปกติ12,000 บาท หน้าร้านลด 30%
เหลือ 8,400 บาท
ประหยัด: 3,600 บาท


 

| Back | Take me Home |

 




Acousticthai Copyright 2006 - 2010 All rights reserved
สงวนสิทธิ์เนื้อหาบนเวบไซด์ กรุณาแจ้งกับทีมงานอะคูสติกไทยก่อนนำไปเผยแพร่
สนใจลงโฆษณาสินค้า และบริการ
โทร. 083-189-6789
http://www.acousticthai.com & http://www.acousticthai.net