ประวัติย่อ ลักษณะของงาน
FG1500 ผลิตขึ้นในช่วงประมาณปี 1970-1973
(แต่เท่าที่พบเจอ ที่ป้ายจะระบุไว้เป็นปี 1972 และ 1973 ซึ่งผลิตในประเทศญี่ปุ่น
เป็นยุคแรกๆ ของการผลิตของประเทศนี้. FG1500
ถูกผลิตขึ้นโดย Nippon Gakki Co.,Ltd.
ซึ่งต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ Yamaha Corporation
อย่างที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน
ป้ายชื่อที่ใช้ติดไว้ด้านใน
Sound-hold นั้น
จะเป็นป้ายหนังพร้อมมีลายเซ็นของผู้ผลิตกำกับลงบนป้าย และมีการเดินขอบ (Binding)
รอบทั่วตัว
แกะเป็นลวดลายสวยงามทั้งด้านหน้า,ด้านหลังและรอบ
Sound-Hold ไม้หน้า (TOP)
ทำจากไม้ Spruce ส่วนไม้หลัง (BACK)
เป็น Brazilian Rosewood ซึ่งลักษณะพิเศษของไม้ด้านหลังคือ
เป็นไม้สามชิ้น (เหมือน Martin D-35)
ไม้ที่ใช้ประกอบทั้งหมดเป็นไม้จริงทั้งตัว (ALL
SOLID)
Fingerboard นั้น เป็นไม้ Ebony
ส่วนด้านหน้าของ Fingerboard นั้น จะมีการทำ
Inlay เดินด้วยมุข (Pearl)
ขนาดกลาง ประดับลงในแต่ละช่องอย่างสวยงาม
ด้านหลังของคอ
FG1500 นี้ หากใครชอบขนาดคอของ Taylor
หรือ Martin อาจจะรู้สึกไม่ชอบ
คือรู้สึกว่าอ้วนไปนิด แต่ว่าขนาดของความกว้างของ
Fingerboard สิครับ ถูกใจผมเลย เพราะไม่กว้างจนเกินไป
ยกตัวอย่างเช่น Guitar Seagull
และอีกหลายๆ ยี่ห้อที่สร้างมาจากแทบยุโรป ความกว้างของคอจะมาก ทำให้คนเอเชียอย่างเราๆ
ท่านๆ รู้สึกเมื่อยหน่อยในเวลาที่เล่นนานๆ
แต่ความกว้างของคอก็ไม่ใช่จุดด้อยสำหรับบางคน เช่น ผู้ที่นิยมเล่น
Finger-style ก็จะรู้สึกชอบกีต้าร์ที่มีคอกว้างมากกว่าคอเล็ก/แคบ
เพราะมันจะส่งผลให้การขยับนิ้วมีความคล่องตัวมากกว่า ดังนั้นเรื่องคอกว้าง
คอแคบ จึงเป็นเรื่องของรสนิยมขอแต่ละคน ซึ่งก็จะเป็นไปตาม style
การเล่นของแต่ละท่านเช่นกัน
ลักษณะของเสียง
มีความทุ้ม
ลึกและนุ่มนวล แต่หากว่าใครที่ชอบความแห้งของเสียง ผมว่า
FG1500 มีเสียงที่แห้งจริงๆ (ก็ผลิตตั้งแต่ช่วงปี
1970-1973 ก็ต้องแห้งสนิทเป็นธรรมดา) ส่วนเรื่องของความกังวาน (Bright)
นั้น ผมลองเอามาเล่นเปรียบเทียบกับ Acoustic Taylor
ในทรง Grand Concert หรือทรง
Grand Auditorium ผลที่ได้ก็คือ จะมีน้อยกว่าครับ
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะด้วยทรงของ Guitar
จึงทำให้เสียงทุ่มมาแทนที่ความกังวาน ถ้าเล่นออกแนว Blues
หน่อยๆ ผมว่าคงจะถูกใจมาก หากจะให้นึกออกผมขอเปรียบกับ
OOO-28EC ซึ่งเป็นรุ่น Signature
ของ Eric Clapton
ในลักษณะของเสียงก็น่าจะใกล้เคียงกันมากที่สุดครับ
หากเอาไปเปรียบเทียบกับ
Acoustic
Martin ทรง Dreadnought
ก็คงจะสู้กันไม่ได้ตรงที่ความหนักแน่น
และพลังของเสียงที่ได้ยินครับ ส่วนตัวผม ณ
เวลาเล่นนั้น ผมชอบเสียงของสายบน
(Bass) คือตั้งแต่สาย 4
6 ซึ่งให้เสียงที่หนักแน่นดีครับ
และมีความลึกของเสียงพอประมาณ
ความน่าสนใจ
หลักๆ คงเป็นเรื่องของความหายากของ
Yamaha Acoustic Guitar Model FG1500 ตัวนี้ คงต้องบอกว่าหายากมากๆ
บรรดาเหล่านักสะสม Acoustic Guitar ที่ประเทศ
Japan ที่เป็นประเทศผู้ผลิต Acoustic Guitar
ตัวนี้ ยังพยายามหาซื้อกลับประเทศของตัวเอง อาจจะด้วยหลายๆ
เหตุผล แต่หนึ่งเหตุผลก็คือ FG1500
เป็นเสมือนงานศิลปะของพวกเขา เป็นศิลปะที่มีอายุมากพอสมควร
ผมเห็นร้านขายเครื่องดนตรีมือสองที่ประเทศ Japan
ตั้งราคาขายไว้พอใช้ได้ทีเดียว
หรือแม้แต่ในอเมริกา FG1500 ก็คงเป็นที่นิยมเสาะหา
และตั้งราคาซื้อขายไว้สูงเช่นกัน
สรุป
อย่างไรก็ตาม สำหรับ
Yamaha Acoustic Guitar ตัวนี้
ก็คงเป็นที่น่าสนใจของนักสะสม เพราะต้องบอกว่าหายากจริงๆ ทั้งงาน
Handmade ทั้ง Spec.
ของไม้ที่ใช้ประกอบที่โดดเด่น และทั้งอายุของ FG1500
ก็มีคุณค่าในตัวมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับผมเห็นว่า
Acoustic Guitar -
Yamaha FG1500 จึงเป็น
Vintage อย่างแท้จริงอีกตัวของนักสะสม Acoustic
Guitar
สำหรับผู้ที่สนใจ Acoustic
Yamaha รุ่นเก่าๆ ช่วงปี ค.ศ. 1970-1980 ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่
และรุ่นกลางๆ ทางเรายังมีอีกหลายๆ รุ่นที่น่าสนใจ และจะค่อยๆ นำออกมีบอกเล่าให้ฟังกันในโอกาสต่อๆ ไปนะครับ
ขอขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่กรุณาแบ่งปันของดีๆ มาให้เราได้ review
ด้วยครับ
More information at
webmater@acousticthai.net
pls. call Mr. Jim : 04-100-1716 (ฺBangkok, Thailand)
|