Guitar gallery
 
 
Acoustic guitar Yamaha

> หากมีการเอ่ยถึงกีต้าร์รุ่นเก่าอายุกว่า 15 ปีขึ้นไป ซึ่งคุณภาพดี ซื้อหามาไว้ใช้งานได้ เรียกว่าซาวด์ไม่แพ้ใคร (ในงบเท่าๆ กัน) แต่อาจจะต้องตรวจสภาพให้ดีหน่อย เพราะกีต้าร์อายุมากอาจจะมีปัญหาเรื่องสภาพ, Acoustic Yamaha รุ่นเก่าๆ เมื่อเอามาเล่นเปรียบเทียบซาวด์กับกีต้าร์ยี่ห้อ/รุ่นใหม่ๆ บางรุ่น ผมคิดว่าซาวด์ของ Acoustic Yamaha มีความน่าสนใจมากกว่า (แต่ไม่ใช่ทุกๆ รุ่นนะครับ เน้นว่า เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น) ให้มุมมองไว้นิดนะครับว่า ควรจะเป็นโรงงานที่มาจาก Japan และ Taiwan เท่านั้น


> Acoustic Yamaha FG365s-II (1980-1982)
- Origin : Taiwan
ในตระกูลของ Acoustic Yamaha ที่มีชื่อเสียง จะแบ่งเป็นสอง Series นั่นคือ FG series เช่น FG1500, และ L series  เช่น L10 เป็นต้น ซึ่งแต่ละ Series ก็จะมีทั้งรุ่นที่ดีมีคุณภาพดี และไม่สู้จะดีนัก (ทั้งนี้ท่านก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ) รุ่นมีความนิยม และน่าสะสม ก็จะมีหลายๆ รุ่น เช่น FG1500 หรือ L10 เป็นต้น แต่ทั้งสองรุ่นที่ยกตัวอย่าง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสาะหา ดังนั้น... หลายๆ ท่านจึงหันเก็บรุ่นที่ต่ำลงมา เพราะราคาไม่สูงเกินไป แต่คุณภาพยังใช้ได้ดีในระดับที่น่าพอใจ (เมื่อเทียบกับงบที่ต้องจ่าย)

FG365S เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่อยู่ในระดับกลางๆ ที่คุณภาพของงาน+เสียงใช้ดีทีเดียว แถมไม้หน้า (top) ยังทำด้วยไม้จริง (solid) อีกด้วย. FG365s เป็นกีต้าร์ที่ผลิตในประเทศ Taiwan ประมาณปี 1980-1982 ซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ที่มีการขยับโรงงานจาก Japan ออกมาเปิดเพิ่มที่ Taiwan ก็ถือว่ามีอายุพอควร FG365s จะผลิตออกมาสองแบบ หมายความว่า ทางโรงงานจะตั้งรหัส หรือรุ่น (Model) ไม่ตรงกัน นั่นคือ FG365s และ FG365s-II  (เพิ่ม Mark II เข้าไป) ปัจจุบันกลายเป็น Acoustic guitar ที่นับวันก็หาได้ยากขึ้นครับ
 

 


 
   

> Acoustic Yamaha FG180 (1972)
- origin : Japan
เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ แม้ราคาขายจะไม่แพงมากนัก แต่ก็หายากพอสมควร ผมเคยเห็นคณะ America หยิบ model นี้ขึ้นมาเล่นใน concert ด้วยครับ
เป็นผลงานการสร้างในช่วงยุคแรกๆ ของ
Yamaha ซึ่งตอนที่ผลิตรุ่นนี้ ยังใช้ชื่อโรงงานว่า Nippon Gakki อยู่ครับ ซึ่งไอ้เจ้าป้ายสีแดงๆ นี่แหละครับ ที่หลายๆ คนให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องเสียงก็ต้องบอกว่า ใช้ได้ทีเดียว
 

 

 


> Acoustic Yamaha FG300 (1974)
- top :
spruce 
- back side : -
- style :
Hamming bird
- origin : Japan
รุ่นนี้เลียนแบบมาจาก Gibson Hamming bird ครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นรุ่นใหญ่ของ (Model) ตระกูลป้ายแดง สำหรับราคาหากจะเทียบกับป้ายแดงรุ่นอื่นๆ ก็จะมีราคาสูงที่สุดครับ ตัวที่เห็นอยู่นี้ต้องบอกว่าสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเห็นมา
 

 


> Acoustic Yamaha FG-2000S (1973)
- top :
solid spruce
- back side :
solid Brazilian rosewood
- style :
Sunburst
- origin : Japan
รุ่นนี้ก็นับเป็นรุ่นใหญ่ของ Acoustic guitar Yamaha คือเท่าๆ กับรุ่น FG1500, 2000 แต่ตัวนี้จะมีรหัส S ต่อท้าย นั่นก็คือหมายความว่า ตัวนี้ทำออกมาเป็นรูปแบบ sunburst ครับ  
 

 


> Acoustic Yamaha FG-2000 (1973)
- top : solid spruce
- back side :
solid Brazilian rosewood (+Cypress)
- style :
Martin D35
- origin : Japan
Yamaha รุ่นใหญ่ที่สุดที่เห็น และที่รู้ก็คงจะเป็น Model 2000 นี่แหละครับ หากดูตามภาพจะเห็นว่ามีจุดเด่นที่น่าสนใจในหลายๆ จุด เช่น
ป้ายหนัง, ไม้หลัง 3 ชิ้น และแน่นอนว่า...
Brazilian ทำให้น้ำลายเราไหล... รุ่นนี้มีราคาสูงมากทีเดียว และก็หายาก จึงเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่นักสะสมเค้าหาๆ กัน แต่บางท่านก็ไม่ชอบ เมื่อไปเปรียบเทียบกับ Martin ซึ่งแน่นนอนว่า เสียงสู้กับ Martin ไม่ได้ (เทียบจากราคาต่อราคา/รุ่นต่อรุ่น) จากที่ได้ลองมา ในส่วนตัวผมก็เห็นด้วยเช่นกัน แต่ทว่าในเรื่องของความหายาก และ spec. ของมัน จึงทำให้มันเป็นที่ต้องการของคนกลุ่มหนึ่ง มีวิธีการคิด/หลักการคิดจากคนกลุ่มหนึ่งว่า... "สมมุติ : ถ้าวันนี้คุณมีเงินสัก 1 แสน คุณจะซื้อ Martin เมื่อไรก็ได้ แต่ 1 แสนของคุณอาจจะซื้อ FG2000 หรือ FG1500  ไม่ได้จากร้านค้าทั่วๆ ไปแน่ๆ เงิน 1 แสนของคุณอาจะต้องบวกเข้ากับโชคของคุณด้วย" คุณจะเชื่อ เห็นด้วย หรือคัดค้านกับคำพูดดังกล่าวหรือไม่ก็ไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือ... สิ่งเหล่านั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างนี้ล่ะครับ ความคิดของคนกลุ่มหนึ่ง อาจจะขัดแย้งกับความคิดของคนอีกกลุ่มหนึ่ง แต่นี่แหล่ะครับ ความประหลาดของศิลปะ! ผมว่า... เราควรปล่อยให้เป็นเรื่องของรสนิยมของแต่ละท่านดีกว่าครับ.  

 

 




 

> Acoustic Yamaha FG-1500 (1973)
- top : solid spruce
- back side :
solid Brazilian rosewood  (+Cypress)
- style :
Martin D35
- origin : Japan
รุ่นนี้เป็นรุ่นน้องของ FG2000 ครับ ส่วนราคามีความใกล้ๆ เคียงกันครับ เรื่องความหากยากก็พอๆ กัน เราไม่ค่อยได้พบเห็นในตลาดซื้อขาย/เปลี่ยนมือในบ้านเราสักเท่าไร หรือแม้แต่เวปฯ ประมูลสินค้าชื่อดังระดับโลก ก็ไม่ได้พบเห็นกันได้บ่อยๆ นัก แต่หากพบเมื่อไร ก็จะเกิดบรรยากาศคล้ายๆ กับการแย้งชิงวิ่งราวกันทีเดียว ส่วนร้านค้าประเทศต้นกำเนิดอย่าง Japan ก็ใช่ว่าจะมีขายกันทั่วเมือง เพราะมันกลายเป็นของสะลมของเขาไปแล้ว แต่หากว่าจะมีหลุดๆ ออกมาวางขายตามร้านเครื่องดนตรีมือสอง ในสภาพสวยๆ ก็อย่างหวังว่าคุณจะได้เห็นป้ายราคาต่ำกว่าเลข 5 หลัก แต่นี่ก็คือราคาในบ้านเขานะครับ ส่วนบ้านเรา ก็คงจะขึ้นกับความพอใจของทั้งสองฝ่าย คือผู้ซื้อพอใจซื้อ ผู้ขายพอใจขาย ทุกๆ อย่างก็จบแบบ Happy end.